Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ความเห็นต่อกรณี รัฐบาลออกมติคณะรัฐมนตรีให้ SCG เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ความเห็นต่อกรณี  รัฐบาลออกมติคณะรัฐมนตรีให้ SCG เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

22 March 2019

2740

( ขอบคุณภาพ ThaiPBS   :   https://news.thaipbs.or.th/content/278194 )
 

ความเห็นต่อกรณี

รัฐบาลออกมติคณะรัฐมนตรีให้ SCG เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

เพื่อทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

 

 

          จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติผ่อนผันให้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทับกวางและป่ามวกเหล็ก จ.สระบุรี ทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ จำนวน ๑๕ แปลง ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ เอ พื้นที่ประทานบัตรรวม ๓,๓๑๑ ไร่ ๒ งาน ๖๗ ตารางวา  เนื่องจากหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔  แต่อายุประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงเหลืออยู่ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๗๙  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงมีความเห็นให้ SCG ได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ เป็นการเฉพาะรายจนสิ้นอายุประทานบัตรในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๗๙ นั้น  ทำให้เห็นได้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มีความจริงใจและความซื่อตรงในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติตามที่กล่าวอ้างในที่ต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นในยุทธศาสตร์ชาติหรือยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ก็ตาม

          โดยเฉพาะกรณีของการทำเหมืองแร่ในประเทศไทยที่มีการออกพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๖๐ (กฎหมายแร่) ออกมา  แต่ในการปฏิบัติจริงนั้นกลับไม่ได้ทำตามพระราชบัญญัติดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย  โดยเห็นได้จากการออกมติ ครม. ในลักษณะดังกล่าวที่มีการผ่อนผันให้ SCG เข้าใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนได้ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ  ถือเป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมซึ่งมีข้อห้ามอย่างชัดเจนตามกฎหมายแร่มาตรา ๑๗ วรรค ๔ ที่ว่าพื้นที่แหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองต้องไม่ใช่พื้นที่ดังต่อไปนี้

          . พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ

          . เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า

          . เขตโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายโบราณสถาน  โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ  และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

          . เขตพื้นที่ที่มีกฎหมายห้ามเข้าใช้ประโยชน์โดยเด็ดขาด  พื้นที่เขตปลอดภัยและความมั่นคงแห่งชาติ

          . พื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม

          การออกมติ ครม. ผ่อนผันให้บริษัท SCG เป็นการเฉพาะรายในครั้งนี้จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนอย่างชัดเจน  โดยไม่สนใจปัญหาของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม  ธรรมชาติ  ระบบนิเวศและสุขภาพอนามัยของประชาชนที่จะตามมาแม้แต่น้อย  และการกระทำในครั้งนี้ของรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ยังเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลนี้ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายและใช้อำนาจไม่จำกัด  ดังนั้น เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่จึงขอให้ทางรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ตอบคำถามสองข้อให้ชัดเจน  ดังนี้

          . ใบอนุญาตขอใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของบริษัท SCG หมดอายุตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๔  แต่ในความเป็นจริงกลับมีการทำเหมืองมาโดยตลอดแม้ใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจะหมดอายุลงไปแล้วจริงหรือไม่ ?

          . รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. อาศัยอำนาจใดในการออกมติ ครม. ดังกล่าว  เนื่องจากมติ ครม. นั้นสามารถออกได้เท่าที่ไม่ขัดกับกฎหมายหลักที่มีอยู่  ซึ่งการออกมติ ครม. ผ่อนผันให้มีการทำเหมืองในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ นั้น ย่อมขัดกับกฎหมายแร่อย่างแน่นอน  หากรัฐบาลที่เป็นผู้ออกและใช้กฎหมายกลับทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์เสียเองโดยทำให้ มติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจยิ่งใหญ่จนสามารถเขี่ย พระราชบัญญัติให้ตกไปได้  แล้วประชาชนที่ใช้กฎหมายยังจะมีความเชื่อมั่นศรัทธากับรัฐบาลนี้ต่อไปได้อย่างไร

 

เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่

๘ มีนาคม ๒๕๖๒

Recent posts