Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

สัญญาทาสเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย

สัญญาทาสเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย

18 September 2019

3583

สัญญาว่าด้วยการสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ แปลงที่สี่ พื้นที่น้ำคิว-ภูขุมทอง ถือเป็นสินทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาลล้มละลายด้วยหรือไม่ และสัญญาดังกล่าวต้องถูกยกเลิกเพิกถอนไปตามการล้มละลายของเจ้าของสัญญาด้วยหรือไม่ ?

...

 

หยุดพักเรื่องราวเกี่ยวกับชายฉกรรจ์หัวเกรียนที่เข้ามาเจรจาเชิงข่มขู่คุกคามชาวบ้านเพื่อขอขนสินแร่ทองคำผสมทองแดงและสินทรัพย์ที่มีค่ารายการต่าง ๆ ที่ยังอยู่นอกบัญชีทรัพย์สินของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เอาไปขาย (ตามคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วของศาลล้มละลายที่สั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นำสินทรัพย์ทั้งหมดของเจ้าของเหมืองทองคำ คือ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ไปขายทอดตลาด  เพื่อนำเงินไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายต่าง ๆ  แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังจัดทำบัญชีรายการทรัพย์สินไม่แล้วเสร็จดูโพสต์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้ในเพจ เหมืองแร่ เมืองเลย V2) สักครู่  มาหาความรู้ในประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับเหมืองทองคำจังหวัดเลยกันดีกว่า

 

ตามคำถามจากหัวโพสต์นี้มาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๖๐ ระบุว่า สิทธิตามประทานบัตรไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี” (และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๑๐ ที่ถูกยกเลิกใช้บังคับไปแล้วก็ระบุเช่นเดียวกันว่า สิทธิตามประทานบัตรไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี”)

 

ส่วนที่ว่าสัญญาดังกล่าวถือเป็นสิทธิตามประทานบัตรตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๕ ด้วยหรือไม่  ก็อาจจะต้องศึกษากรณีเทียบเคียง  ดังเช่นกรณีกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐  ที่ ยธ ๐๕๐๑/๔๑๒๔  เรื่อง รายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อสังเกตคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) .. .... (ลักษณะ ๒ การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง

 

โดยที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๐ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  และมอบหมายให้ ยธ. รับข้อสังเกตไปพิจารณาร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของ  ข้อสังเกตดังกล่าว  และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการในภาพรวม  แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม. ภายใน ๓๐ วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง  เพื่อนำเสนอ ครม. ต่อไป นั้น 

 

ยธ. ได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อสังเกตคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ  โดยกรมบังคับคดีได้มีการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๐ มีข้อสรุปออกมาว่าที่ให้กรมบังคับคดีกำหนดแนวปฏิบัติให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการบังคับคดียึดสิทธิของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามใบอนุญาตประทานบัตร  อาชญาบัตร  สัมปทาน  หรือสิทธิอย่างอื่นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือเกี่ยวเนื่องกับสิทธิดังกล่าว ตามร่างมาตรา ๓๑๑  ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยมีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ให้ข้อมูลด้วยนั้น 

 

สรุปได้ว่าสิทธิในการขอประทานบัตรหรือสัมปทานต่าง ๆ เป็นสิทธิเฉพาะตัว  ที่มีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ขออนุญาตหรือผู้ถือสิทธิไว้  อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง  หรือเป็นสมบัติของชาติ  และสิทธิตามใบอนุญาตประทานบัตร  อาชญาบัตร  หรือสัมปทานบางอย่าง  มีกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี  เช่น  สิทธิตามใบอนุญาตประทานบัตรเหมืองแร่  หรือสิทธิตามใบอนุญาตสัมปทานปิโตรเลียม  เป็นต้น

 

เมื่อดูจากกรณีเทียบเคียงที่ยกมานี้  ก็ถ่างกว้างขึ้นมาได้นิดหน่อย  ถ้าตีความอย่างกว้างก็อาจจะแจงได้ว่าสัญญาดังกล่าวคือ แม่ของลูก ๆ อาชญาบัตรและประทานบัตร  ดังนั้น  มาตรา ๖๕ จึงรวมถึงสัญญาดังกล่าวด้วย

 

แต่ถ้าตีความอย่างตรงไปตรงมาก็มีประเด็นให้พิจารณาว่า  สัญญาดังกล่าวไม่ได้พูดแค่เรื่อง สิทธิตามประทานบัตรเพื่อขอทำเหมืองแร่ตามมาตรา ๖๕ เท่านั้น  แต่ยังพูดถึง สิทธิตามอาชญาบัตรเพื่อขอสำรวจแร่ด้วย  และยังพูดถึงสิทธิการจับจองพื้นที่แปลงใหญ่มากขนาดมากกว่า ๓ แสนไร่  เพื่อจับจองเอาไว้ให้เจ้าของสัญญาดังกล่าวครอบครองแต่ผู้เดียวโดยไม่มีอายุขัย (เพื่อมอบอภิสิทธิให้แก่เจ้าของสัญญาเป็นผู้มีสิทธิขาดแต่เพียงผู้เดียวให้ได้สิทธิตามอาชญาบัตรและประทานบัตร)

 

ซึ่งเป็นการทำสัญญาที่เกินไปกว่าบทบัญญัติใด ๆ ที่มีอยู่ในพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๑๐ จะสามารถให้กระทำได้ (สัญญาดังกล่าวจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔  ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการบังคับใช้พระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๑๐  และก็ไม่มีข้อยกเว้นหรืออนุโลมตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.. ๒๕๖๐ จะสามารถให้กระทำได้เช่นเดียวกัน)

 

ดังนั้น  จึงมาสู่คำถามที่สองว่า สัญญาดังกล่าวต้องถูกยกเลิกเพิกถอนไปตามการล้มละลายของเจ้าของสัญญาด้วยหรือไม่ ?”

 

ก็มีเรื่องยุ่งยากให้ต้องตีความ  เนื่องจากสัญญาดังกล่าวลงนามโดยกรมทรัพยากรธรณีกับ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด” (ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชนแล้ว) และ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด”  ซึ่งทุ่งคำถูกคำพิพากษาให้ล้มละลายโดยเด็ดขาดไปแล้ว  แต่ทุ่งคาฯยังโลดแล่นในตลาดหุ้นอยู่ในขณะนี้และก็คงไม่ยอมโดยง่ายที่จะให้สัญญาดังกล่าวถูกยกเลิกเพิกถอนไป

 

ก็ถ้าทุ่งคาฯยังแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของสัญญาดังกล่าวร่วมกับทุ่งคำ  เพราะเล็งเห็นว่าสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลอยู่ในสัญญานี่เอง  ไม่ใช่สินแร่ทองคำผสมทองแดงและสินทรัพย์ที่มีค่ารายการต่าง ๆ ที่เห็นตัวตนตามที่ชายฉกรรจ์หัวเกรียนมาเจรจากับชาวบ้านอยู่ในขณะนี้  ก็ควรบังคับให้ทุ่งคาฯชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายต่าง ๆ (รวมทั้งชาวบ้านที่คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์คดี  กำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน 149 ราย ๆ ละ 104,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง  และให้ทุ่งคำซึ่งเป็นจำเลยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองทองคำจนกว่าจะกลับสู่สภาพเดิมตามมาตรฐานทางราชการ) แทนทุ่งคำด้วย  จึงจะสมเหตุสมผล

 

เพราะไม่เพียงแต่ทุ่งคาฯถือสัญญาดังกล่าวร่วมกับทุ่งคำเท่านั้น  แต่ทุ่งคาฯยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในทุ่งคำด้วยจำนวน ๔,๕๐๐,๐๐๐ หุ้น

Recent posts