Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

รถต้องสงสัยลักลอบขโมยสินแร่

รถต้องสงสัยลักลอบขโมยสินแร่

12 November 2019

2344

ขอบคุณภาพข่าว จาก  https://www.isranews.org/thaireform-doc-environment/32961-loei4.html

.

 วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้านรอบเหมืองทองคำ จ.เลย ประมาณ 30 คน ได้มีการเฝ้ายามอยู่บริเวณสี่แยกกำแพงใจและบริเวณที่ดินที่ชาวบ้านได้ร่วมกันประมูลจากการขายทอดตลาดของเหมืองแร่ตามปกติ ซึ่งในเวลาประมาณ 10.30 น. มีชาวบ้านเห็นรถต้องสงสัยขับตรงขึ้นไปทางเหมืองแร่ทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด

.

โดยชาวบ้านที่เฝ้าเวรยามอยู่จึงได้ตามรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบ พบว่า ในรถมีผู้ชาย 4 คน ประกอบไปด้วยตำรวจ 1 นาย เป็นคนขับรถ ซึ่งชาวบ้านจำได้ว่า ตำรวจคนดังกล่าวเป็นพี่ชายของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง เขตโซนบน ที่ดำเนินการฟ้องคดีต่อชาวบ้านที่คัดค้านการทำเหมืองแร่ทองคำ อีกคนที่นั่งข้างคนขับพบว่า เป็นอดีตทนายความของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด และอีก 2 คน ที่เดินทางมาด้วยนั้น ลักษณะไม่ใช่คนไทย ซึ่งน่าจะเป็นคนจีน ซึ่งหนึ่งในนั้นได้กล่าวอ้างกับชาวบ้านว่า “ผมเป็นกรรมการบริษัทเหมือง พวกคุณขึ้นมาทำอะไร บุกรุกสถานที่ผมนะ เดี๋ยวผมฟ้องดำเนินคดีกับพวกคุณนะ” ชาวบ้านจึงไม่ได้ตอบโต้อะไร และกลับมาหาเพื่อนที่เฝ้ายามรอทางขึ้นเหมืองใกล้ๆ กับบริเวณป้อมยาม

 .

จากนั้นเวลาประมาณ 13.45 น. ยามรักษาความปลอดภัยของบริษัท ได้เดินมาพูดคุยกับชาวบ้านที่รออยู่บริเวณทางขึ้นเหมืองใกล้ๆ บริเวณป้อมยามว่า “นายผมกำลังจะลงมา ถ้าจะคุยให้เตรียมตัวคุยได้เลย” ซึ่งมีรถยนต์ Mitsubishi Pajero สีบอร์นเงิน ขับออกมาจากเหมือง ซึ่งชาวบ้านที่เฝ้ารออยู่บริเวรป้อมยามได้บอกให้รถคันดังกล่าวหยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่หยุดและขับฝ่าหนีชาวบ้านลงมาอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านจึงรีบตามไปยังสี่แยกกำแพงใจเพื่อสมทบกับกลุ่มชาวบ้านที่รออยู่ตรงบริเวณนั้น ซึ่งชาวบ้านได้ทำการสกัดรถโดยการยืนขว้างที่ถนนไม่ให้รถผ่าน และเรียกให้รถคันดังกล่าวหยุดและให้ลงจากรถมาคุยกับชาวบ้านก่อน แต่รถยนต์คันดังกล่าวกลับไม่ยอมจอด และพยายามขับเข้าพุ่งชนชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณนั้น มีเพียงลดกระจกฝั่งทางด้านคนขับเพื่อทักทายตำรวจ 2 นาย ที่มาเฝ้าเวรยามร่วมกับชาวบ้าน และยังคงพยายามที่จะขับออกไป แต่ชาวบ้านไม่ยอมให้ผ่านออกไปได้ โดยพยามยามสกัดอย่างเต็มที่ ทำให้ชายที่อ้างตนว่ากรรมการบริษัทฯ ชี้หน้าข่มขู่ชาวบ้านพร้อมบอกว่า “พวกคุณอย่ากักขังโหน่งเหนี่ยวผม ผมสามารถดำเนินคดีกับคุณได้นะ ระวังโดนฟ้อง” และยังคงพยายามขับรถออกจากบริเวณดังกล่าว โดยไม่สนใจชาวบ้านที่ยืนอยู่บริเวณหน้ารถ ทำให้เกิดความชุลมุน เมื่อชาวบ้านเห็นว่าท่าไม่ดีและอาจจะเกิดความอันตราย จึงได้ทำการหลบไปข้างทางและรถคันดังกล่าวจึงได้ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

 .

หลังจากนั้นชาวบ้านจึงได้ไปพูดคุยกับนายตำรวจ 2 นาย ที่มายืนรักษาความปลอดภัยและมาเฝ้าระวังทรัพย์สินร่วมกับชาวบ้าน แต่นายตำรวจทั้ง 2 นาย กลับเพิกเฉยไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่และเข้ามาว่าชาวบ้าน และอ้างว่าไม่สามารถดำเนินคดีใด ๆ ได้ ซึ่งนอกจากนี้ชาวบ้านจึงได้โทรติดต่อไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยด่วน แต่ทางเจ้าพนังงานพิทักษ์ทรัพย์บอกปัดความรับผิดชอบอ้างว่า “วันนี้เป็นวันหยุดไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชาวบ้านได้”

 .

 โดยชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตกันว่า การลักลอบเข้ามาของบุคคลต้องสงสัยทั้ง 4 คนดังกล่าว เป็นการลักลอบเข้ามาเอาสินแร่ไปตรวจสอบเพื่อนำไปขายต่อไป โดยเลือกวันเวลาที่ชาวบ้านในพื้นที่กำลังไปร่วมงานบุญกฐินใหญ่ประจำปีที่วัด ซึ่งไม่ค่อยมีชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ และแอบเข้ามาเพื่อขโมยสินแร่ออกไป และอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำรวจในพื้นที่ที่มาเข้าเฝ้ายาม ซึ่งอ้างว่าไม่พบรถต้องสงสัยขึ้นไปพื้นที่เหมืองทั้งๆ ที่ชาวบ้านในพื้นที่ที่เฝ้ายามอยู่กลับพบรถรถต้องสงสัยขึ้นไปในพื้นที่เหมือง และยามรักษาความปลอดภัยที่จงใจไขกุญแจประตูทางเข้าเหมืองให้รถคันดังกล่าวเข้าไปลักขโมยสินแร่ ทั้งๆ ที่สินแร่ดังกล่าวได้ถูกอายัดไว้และห้ามขนย้าย และน่าจะมีการวางแผนมาอย่างดีในการเข้ามาขนสินแร่ออกไป

Recent posts