Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ภาคประชาสังคมเสนอดับไฟใต้รับปี2563

ภาคประชาสังคมเสนอดับไฟใต้รับปี2563

21 January 2020

3803

อุสตาซอับดุชชะกูร บินชาฟิอีย์(อับดุลสุโก ดินอะ)

คณะทำงานรวบรวมข้อเสนอนโยบายสาธารณะดับไฟใต้

ภาคประชาสังคมชายแดนใต้

 

ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกคน

 

(12 ธันวาคม 2562) เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวนประมาณ 200 คน ประชุมสัมนาเชิงปฎิบัติการ “สมัชชาสันติภาพปาตานี / ชายแดนใต้ 2019 ณ ศูยน์ประชุมราชการ(ศอ.บต.)โดยมีมติในการเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี2563 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

  หนึ่ง

 

ตระหนัก  ว่าการสร้างประเด็นปัญหานโยบาย (Problematic) ในแบบใหม่ที่เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการกำหนดประเด็นปัญหาและนำไปสู่วาระเชิงนโยบายสาธารณะที่ก้าวหน้า จะส่งผลต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน  มากกว่าเป็นนโยบายสาธารณะที่กำหนดโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงหรือชนชั้นนำแต่เพียงอย่างเดียว

สอง

 

กังวล   ต่อปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มมีความรุนแรงอย่างชัดเจนในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ และมีความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นับเป็นเวลาได้ ๑๖ ปีแล้ว ปัญหาที่ทำให้เหตุการณ์ขยายตัวลุกลามมาจนถึงปัจจุบัน มีลักษณะพิเศษที่ในทางวิชาการที่เรียกว่าความขัดแย้งเชิงโครงสร้างการเมืองการปกครอง (Political Structure) และเชิงอัตลักษณ์ (Identity Conflict)

สาม

 

ชื่นชม ว่าท่ามกลางการเกิดพลวัตของความขัดแย้งแต่ก็ยังเกิดกลุ่มพลังทางสังคมหลายกลุ่ม ทั้งภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคการเมืองและภาครัฐ ที่ร่วมดำเนินการเพื่อสร้างสันติสุขในพื้นที่ ซึ่งก็ส่งผลให้ระดับความรุนแรงจำกัดตัวในระดับหนึ่ง

สี่

 

รับทราบ  ว่าสาเหตุหลักที่เป็นรากเหง้าปัญหาก็คือ ประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ คนมลายูมุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  มีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์มุสลิม มลายูปาตานี  โดยสำนึกทางประวัติศาสตร์  แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกับคนไทยพุทธซึ่งเป็นคนส่วนน้อยในพื้นที่ในสังคมหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ อีกด้านหนึ่งประวัติศาสตร์ของความขัดแย้งกับรัฐในอดีตก็ยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบันด้วย เนื่องจากในอดีต รัฐไทยพยายามเปลี่ยนรัฐปาตานีเก่าให้มีโครงสร้างทางการเมืองการปกครอง  ระบบการศึกษา ระบบกฎหมาย วัฒนธรรมและภาษาให้เป็นแบบไทยอย่างเข้มข้นภายใต้นโยบายที่เรียกว่าการผสมกลมกลืน (Assimilation) และเกิดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหลายอย่างจากเจ้าหน้าที่รัฐในอดีต ความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมทำให้เกิดขบวนการการต่อต้านทั้งที่ใช้ความรุนแรงและไม่ใช้ความรุนแรง

ห้า

เห็นว่า    ปัญหาความรุนแรงทางตรง ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม  จะได้รับการแก้ไข ต้องอาศัยการสร้างพื้นที่กลาง (Common Space) โดยภาคประชาชนจากทุกฝ่าย สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น เป็นกระบวนการที่ให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเรียนรู้อย่างสมานฉันท์เพื่อนำไปสู่การเสนอแนะ  นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่  โดยจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นระบบและมีส่วนร่วมด้วยการใช้ประเด็นสาธารณะเป็นตัวตั้งในการดำเนินการ เป็นกระบวนการที่มีความสอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน

 

 

 

จึงมีมติสามด้านดังต่อไปนี้

 

          ก-ด้านกระบวนการสันติภาพ

 

ขอให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค ๔ สน.)  คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและสำนักจุฬาราชมนตรี กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ ดำเนินการดังต่อไปนี้

๑.๑ สนับสนุนการสร้างกลไกภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมือง ภาคเอกชน ภาครัฐ และทุกกลุ่มที่หนุนเสริมและเป็นตาข่ายนิรภัย (Safety Net) รองรับการพูดคุยสันติภาพ

 

๑.๒ ส่งเสริมกลไกแบบมีส่วนร่วมที่มีอยู่ระดับหมู่บ้านและตำบลในพื้นที่ให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อรับทราบความต้องการของชุมชนและถอดบทเรียนการสร้างสันติภาพ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม

 

๑.๓ สนับสนุนให้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่แนวทางการปฏิบัติของมุสลิม เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งในด้านศาสนาอิสวลาม (ตำตอบจุฬาราชมนตรี ประเสริฐ มะหะมัด) 23 ข้อที่ออกโดยสำนัก

 

จุฬาราชมนตรี ต่อสาธารณะ

 

๑.๔ สนับสนุนการสร้างเวทีของเครือข่าย เพื่อรวบรวมข้อเสนอจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำเสนอต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข

 

๑.๕ พัฒนากลไกภาคประชาสังคมและเครือข่าย เพื่อสนับสนุนการสื่อสารสันติภาพและการ

 

เปลี่ยนแปลงสังคม

 

๑.๖ รับรองสิทธิในการสื่อสารของประชาชนและเสรีภาพของสื่อ จรรยาบรรณ

 

๑.๗.ขอให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขทั้ง 2 ฝ่าย เปิดช่องทางให้ภาคประชาสังคมและภาคประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการพูดคุย ติดตาม รับรู้ความคืบหน้าและผลการพูดคุยในช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

ขอให้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินการดังต่อไปนี้

๒.๑  สนับสนุนการสร้างห้องเรียนสันติภาพในสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบในทุกระดับตั้งแต่ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ถึงระดับมหาวิทยาลัย การจัดเวทีการศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สนับสนุนโดยสถาบันวิชาการ  จัดหลักสูตรวิชาสันติศึกษา การสร้างคู่มือพหุวัฒนธรรม

 

๒.๒  สนับสนุนให้มีการจัดการศึกษา วิจัยและเรียนรู้รูปแบบการเมืองการปกครองที่หลากหลายในระบอบประชาธิปไตย ภายใต้หลักการกระจายอำนาจที่เหมาะสมกับพื้นที่และเป็นทางออกในกระบวนการสร้างสันติภาพในประเด็นรูปแบบการกระจายอำนาจและการเรียนรู้ต่างศาสนิกที่เหมาะสมกับพื้นที่ ในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่และเป็นทางออกในกระบวนการสร้างสันติภาพ

 

๒.๓ ส่งเสริมการสร้าง พัฒนาและขยายเครือข่ายเด็กเยาวชนและสตรีเพื่อเรียนรู้และส่งเสริมสันติภาพและสร้างวัฒนธรรมสันติภาพและรับรองการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้สันติภาพของเด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบห้องเรียน

 

๒.๔ สนับสนุนหลักปฏิบัติตามอัตลักษณ์ของคนทุกศาสนาและวัฒนธรรมในพื้นที่

ข-

ด้านการพัฒนา

 

ขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ กองอำนวยการความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในระดับจังหวัดที่อยู่ภายใต้กระทรวงต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ เกษตรจังหวัด ชลประทานจังหวัด ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด  เกษตรและสหกรณ์จังหวัด  พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด  สาธารณสุขจังหวัด สถาบันการเงินในพื้นที่ (สหกรณ์) และสภาเกษตรจังหวัด ดำเนินการดังนี้

๑.๑ สร้างกลไกและกระบวนการในภาคประชาสังคมที่ส่งเสริมการรักษา พัฒนาและใช้

 

ทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน และการสร้างความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหาร

 

๑.๒ ส่งเสริมให้ชุมชนมีการทำเกษตรทางเลือกที่ยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร และการสร้างระบบเศรษฐกิจชีวภาพ

 

๑.๓ พัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจชุมชนในการพึ่งพาตนเอง และเชื่อมโยงในกระบวนการสร้างสันติภาพ

 

๑.๔ สนับสนุนงบประมาณและจัดตั้งกองทุนในการสร้างเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับสินค้าชุมชนให้มีคุณภาพ

 

๑.๕ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่รวมทั้งการศึกษา ทบทวน ติดตาม ประเมินผลนโยบายสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อลดและไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งอันเกิดจากการพัฒนาและให้เกิดสันติสุข โดยให้มีกลไกภาครัฐและภาคประชาชนร่วมดำเนินการ

 

๑.๖ สร้างการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อโครงการพัฒนาที่มาจากภาครัฐ เช่น โครงการขุดคลองชลประทาน โครงการเมกะโปรเจก(โครงการใหญ่) และอื่น ๆ

 

๑.๗ ให้ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเด็กและสตรีในการดูแลสุขภาวะและการป้องกันโรค

 

๑.๘ ให้สนับสนุนส่งเสริมยุทธศาสตร์การพัฒนาในพื้นที่ของภาคประชาชน

ค-

ด้านการสร้างความยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

 

ขอให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม  กระทรวงกลาโหม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคประชาสังคมและขบวนการที่เห็นต่างจากรัฐ   ดำเนินการดังต่อไปนี้

๑.๑ การสร้างกลไกที่มาจากภาครัฐและภาคประชาสังคม เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบจากปัญหาความยุติธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งอย่างใกล้ชิด

 

๑.๒ ศึกษา เผยแพร่และทบทวนการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกพื้นที่โดยภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคประชาชนเพื่อสร้างเป็นข้อเสนอทางนโยบายทางเลือกในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมกระบวนการสันติภาพ

 

๑.๓ รณรงค์ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายในความขัดแย้งยึดหลักมาตรฐานสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน (International Norm) และหลักมนุษยธรรม (Humanitarian) ในการปกป้องคุ้มครองชุมชนและภาคพลเรือน มิให้ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงจากทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายผู้มีความเห็นต่างจากรัฐและฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ

 

๑.๔ ใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเสมอภาครูปภาพในข้อความ

Recent posts