Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

งานสืบชะตาห้วยโทง ยำ! พ.ร.บ.น้ำ เอื้อประโยชน์ให้นายทุน

งานสืบชะตาห้วยโทง ยำ! พ.ร.บ.น้ำ เอื้อประโยชน์ให้นายทุน

20 March 2020

2300

ขอบคุณภาพจาก เหมืองแร่สกลนคร  : https://www.facebook.com/148614005972309/photos/pcb.458336698333370/458337221666651/?type=3&theater

.

15 มีนาคม 63 เวลา 08.00-12.00 น. ณ ศาลาประชาคมบ้านวังบงน้อย ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร กลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส ได้ร่วมกันจัดงานบุญสืบชะตาอ่างเก็บน้ำห้วยโทง ครั้งที่ 4 โดยมีกิจกรรมทำบุญตักบาตรและถวายภัตตราหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ พิธีบายศรีสู่ขวัญงานบุญสืบชะตาอ่างเก็บน้ำห้วยโทง เพื่อแสดงความเคารพบูชาต่ออ่างเก็บน้ำห้วยโทง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญ เป็นแหล่งผลิตน้ำประปา เพื่อใช้อุปโภค - บริโภค และแหล่งอาหารที่สำคัญของชาวบ้านในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง

นอกจากนี้ยังได้มีเวทีเสวนา “แนวนโยบายบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิทธิชุมชน” ที่มีทั้งภาคนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร นักวิชาการจากกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา ตัวแทนนักวิจัยไทบ้านจากลุ่มน้ำสงคราม และตัวแทนชาวบ้านจากกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาสที่ร่วมพูดคุยในวงเสวนา

โดย กิจตกรณ์ น้อยตาแสง ตัวแทนกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส กล่าวว่า ระบบนิเวศบ้านเรามีป่าโคก ซึ่งไหลจากป่าโคก มาบะ มาฮ้อม ลงสู้ลำห้วย ห้วยหลักสำคัญของเราคือห้วยเปาะ ห้วยโทง และไหลลงแม่น้ำยาม โดยพื้นที่เมืองวานรนิวาส ถ้าเป็นหน้าแล้งจะแล้งจนไม่มีอะไรแลย แต่พอถึงหน้าฝน สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นธนาคารที่ดีของชาวบ้าน มีป่าโคก มีหนองคลองบึง มีห้วย มีบะ มีนาทาม สิ่งสำคัญคือมีทรัพยากรน้ำใต้ดิน เป็นแหล่งน้ำที่สะอาดบริสุทธ์อย่างอ่างเก็บน้ำห้วยโทง โดยอ่างเก็บน้ำห้วยโทงเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาที่ส่งไปให้คนในตัวเมืองอำเภอวานรนิวาสใช้ในการบริโภคและอุปโภค และยังเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านในพื้นที่

“ปัจจุบันมี พ.ร.บ.น้ำ ออกมา ทำให้น้ำกำลังกลายเป็นสินค้า โดยที่รัฐเป็นผู้จัดการและจะเก็บภาษีกับชาวบ้านผู้ที่ใช้น้ำ ชาวบ้านจึงมีความกังวลว่าจะเกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยโทงไป เนื่องจากพื้นที่อำเภอวานรนิวาส กำลังจะมีโครงการเหมืองแร่โปแตชที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้น และในอนาคตก็จะมาแย่งน้ำกับชุมชน” กิจตกรณ์กล่าว

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา กล่าวว่า สถานการณ์การใช้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยโทงที่เป็นอยู่ แต่ในละปีมีการแย่งน้ำกันทุกปี น้ำที่ถูกกักอยู่ต้นน้ำถูกน้ำไปใช้ที่ท้ายน้ำ จึงทำให้ชาวบ้านที่นี่ขาดแคลนน้ำในบางช่วงฤดูกาล ต้องเข้าไปของเรียกร้อง ในฐานะของคนที่อยู่ข้างบน เสียสละที่ดินทำกินทำอ่างเก็บน้ำ แต่กลับเอาน้ำไปให้ชาวบ้านอีกพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นคนเสียสละที่ดินทำกิน ปริมาณน้ำที่นี่พอใช้พอดี ถ้ามีเหมืองแร่โปแตช เข้ามาเอาน้ำที่ไหน ในขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยโทงมีน้ำเพียงพอใช้พอดีไม่สามารถที่จะแบ่งปันใคร หรือเผื่อแผ่ให้โรงงานโปแตชที่ใช้น้ำในการแต่งแร่จำนวนมหาศาล

“เมื่อก่อนมีโครงการ “โขง-ชี-มูล” ที่ต้องการผลันน้ำโขงไปลงที่น้ำชีและน้ำมูล เพราะมีวิธีคิดว่าพื้นที่เกษตรในภาคอีสานมีประมาณ 58 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรชลประทานแล้วประมาณ 7 ล้านไร่ ยังเหลืออีกตั้ง 50 กว่าล้านไร่ ที่ยังเป็นพื้นที่เกษตรนอกชลประทานไม่สามารถทำการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้งเพราะไม่มีน้ำ ดังนั้นจึงผลักดันให้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรชลประทานอีกประมาณ 4.98 ล้านไร่ แต่สามารถใช้น้ำในน้ำชีและน้ำมูลเพียงแค่ 7 แสนกว่าไร่ อีก 4.2 ล้านไร่ต้องเป็นน้ำโขงเท่านั้นโครงการดังกล่าวจึงล้มเหลวไป” เลิศศักดิ์กล่าว

เลิศศักดิ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีการเสนอโครงการ “โขง-เลย-ชี-มูล” ซึ่งเกี่ยวข้องกับอำเภอวานรนิวาส เพราะแม่น้ำยามที่อยู่ที่อำเภอวานรนิวาสเป็นต้นน้ำแห่งหนึ่งของแม่น้ำสงคราม นอกจากกันเขื่อนแม่น้ำโขงแล้วต้องกั้นเขื่อนแม่น้ำสงครามเป็นช่วง ๆ และกั้นลำน้ำสาขาสำคัญ 2 สาย คือแม่น้ำยามกับแม่น้ำอูน การกั้นเพื่อจะดันน้ำให้ขึ้นมาที่อำเภอวานรนิวาสได้ น้ำเยอะขนาดนั้นชาวบ้านจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการควบคุมบริหารจัดการน้ำเหมือนอ่างเก็บน้ำได้หรือไม่

“พ.ร.บ.น้ำ พ.ศ.2561 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคณะกรรมการลุ่มน้ำที่ทำหน้าที่ตัดสินว่าน้ำที่บริหารในท้องถิ่นนั้น ๆ ถ้าเกิดเหตุจำเป็นใครจะเป็นผู้มีสิทธิ์ในการใช้น้ำ และใครที่มีอานาจในการซื้อ น้ำจะหันปลายท่อไปหาผู้นั้น ถ้ามีโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น ชาวบ้านจะเอาอำนาจที่ไหนไปต่อรองกับคณะกรรมการลุ่มน้ำที่คำนึงว่าสมควรเอาน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตช ก่อนดีกว่าไหม” เลิศศักดิ์กล่าว

สุริยา โคตะมี ตัวแทนนักวิจัยไทยบ้านลุ่มน้ำสงคราม กล่าวว่า การจัดการน้ำตอนนี้ถึงแม้จะเป็นตัว พ.ร.บ.ที่ออกมาแล้ว แต่อย่าลืมว่ากฎหมายน้ำที่ออกมาเป็นกฎหมายที่ภาครัฐเป็นคนคิดเอื้อให้กับนายทุน ไม่ใช่กฎหมายที่ชาวบ้านเขียน หรือเป็นกฎกติกาที่ชาวบ้านเขียนขึ้นเพื่อใช้น้ำร่วมกัน แต่เป็นกฎกติกาที่คนรวยหรือนายทุนใหญ่เป็นคนคิดออกมาเพื่อรองรับกิจการการลงทุนของตนเอง ฉะนั้นแล้วการบริหารจัดการน้ำในหลายพื้นที่ตอนนี้ อย่างโครงการน้ำสงครามก็ยังพยายามที่จะทำต่อ มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อให้ไปสำรวจน้ำในภาคอีสาน 20 ปี เป็นการคิดที่ตอบสนองระยะยาว

“สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านเสียเปรียบคือแนวนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะเขาไม่ได้มองเรื่องของสิทธิชุมชนหรือสิทธิของชาวบ้านที่มีสิทธิ เขียนกฎหมายมาก็จริง แต่เรื่องของการปฏิบัติกลับไม่เห็นหัวของชาวบ้านเลย การจัดการน้ำที่ผ่านมาเป็นการจัดการน้ำที่กฎหมายยังคงเขียนว่าน้ำเป็นของรัฐ ตราบใดที่คำนิยามนี้เป็นของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเหนือดินหรือใต้ดิน ยังถือว่าเป็นของรัฐ ชาวบ้านไม่สามารถที่จะหยิบขึ้นมาใช้ได้ นี้เป็นสิ่งที่เราเสียเปรียบมาตลอด” นักวิจัยไทบ้านให้ทรรศนะ

.

ด้าน กิติมา ขุนทอง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร กล่าวว่า พ.ร.บ.น้ำ แม้ว่าจะออกมาในรูปของการพยายามที่จะสร้างประสิทธิภาพในการใช้น้ำ การพยายามที่จะบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชนสูงสุดในหน้าแล้ง หรือในภาวะน้ำท่วม จริงๆ แล้วเป็นความพยามยามในการจัดการน้ำในรูปแบบของการรวมศูนย์ ซึ่งมีการร่วมศูนย์ในการจัดการทรัพยากรในทุกระดับ

ที่วานรนิวาสซ้อนทับ 2 อย่างชัดเจน คือ การรวมศูนย์เรื่องการจัดการเรื่องแร่โดยคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ การรวมศูนย์เรื่องการจัดการเรื่องน้ำที่ให้อำนาจของคณะกรรมการน้ำ หมายความว่าเป็นผู้ที่มีอำนาจที่จะบอกว่าใครใช้น้ำได้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมา

“หลักคิดของการจัดการทรัพยากรน้ำจะกีดกันคนที่จะเข้าถึงการใช้น้ำและยังแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากชุมชน อย่างอ่างเก็บน้ำห้วยโทงเป็นอ่างเก็บน้ำโดยกรมชลประทานควบคุม ซึ่งเป็นหลักการบริหารจัดการน้ำที่เป็นของรัฐ แต่ว่าหลักที่ใช้อยู่จริง ๆ อ่างเก็บน้ำห้วยโทงเป็นสิทธิเชิงซ้อน คือ รัฐเป็นเจ้าของในการจัดการ แต่คนในชุมชนเป็นผู้ใช้รูปแบบอื่นได้”  

อ.กิติมา กล่าวต่อว่า งานวิจัยไทบ้านสะท้อนให้เห็นว่าคนที่สัมพันธ์กับอ่างเก็บน้ำห้วยโทง รวมถึงน้ำสาขา น้ำอ่างเก็บน้ำหินเหิบหินกองลงไปจนถึงน้ำสงครามและน้ำโขง โดยใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ งานวิจัยไทบ้านชี้ให้เห็นว่ามีสัตว์น้ำมากถึง 57 ชนิดที่ชาวบ้านอาศัยหากิน นำไปใช้ทำประปา นำไปใช้ในการทำการเกษตร และอื่นๆ  แม้ว่ารัฐจะเป็นผู้จัดการแต่ชุมชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ว่า พ.ร.บ.น้ำน่ากลัวกว่าเพราะมันกำลังจะหลุดออกจากมือเราออกไปสู่รัฐจะกลายเป็นสิทธิแบบปัจเจกหรือสิทธิแบบเด็ดขาด ดังนั้นทรัพยากรน้ำจะถูกส่งผ่านให้นายทุนทันที

ย้อนไปเมื่อปี 59 มีการประกาศของกระทรวงเกษตรเรื่องการจัดเก็บค่าผ่านทางน้ำห้วยโทง การที่ชาวบ้านที่วานรนิวาสบริจาค หรือให้เวนคืนที่ดิน แต่เป้าหมายของอ่างเก็บน้ำห้วยโทง คือ นำมาใช้ในภาคเกษตรกรรม การยังชีพของคนในวานรนิวาส และปล่อยให้อยู่ในระบบธรรมชาติ แต่การกระทรวงเกษตรฯ ออก พ.ร.บ.การจัดเก็บค่าผ่านทางน้ำ อ้างเหตุ 3 ข้อ คือ 1.ที่ผ่านมาการใช้น้ำของคนในพื้นที่ไม่เกิดประโยชน์ 2.การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ และ 3. คือการจัดเตรียมน้ำเพื่อสนับสนุนกิจกรรมอุตสาหกรรม แปลว่ากระบวนการพยายามที่จะแปรรูปน้ำ มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในช่วงเวลาที่ พ.ร.บ.น้ำประกาศใช้ แต่มีความพยายามที่หลากหลายมาตั้งนานแล้วที่สกลนคร

“นั้นหมายความว่า น้ำ แต่เดิมเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ทุกคนใช้ร่วมกันได้ แต่ปัจจุบันรัฐเป็นผู้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยถ้าคุณจะใช้น้ำคุณก็ต้องจ่ายค่าน้ำ คุณไม่อยากจ่ายมากก็ไม่ต้องใช้มาก ซึ่งเปิดช่องว่างให้คนที่ใช้มากและยินดีจ่ายเข้าถึงน้ำได้ แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความเสี่ยงในสิทธิหรือกีดกันความสามารถในการเข้าถึงน้ำของชุมชน ดังนั้นชาวบ้านเสี่ยงจากเหมืองแร่โปแตชไม่พอ ยังต้องเสี่ยงจากการไม่มีน้ำใช้จากกิจกรรมทางการเกษตร ซึ่งเป็นความเสี่ยงมากของคนชนบทที่ต้องใช้น้ำ” อ.กิติมากล่าวทิ้งท้าย  

Recent posts