Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

ศรีสุวรรณติง ป.ป.ช.เมื่อยกข้อกล่าวหาวัฒนา อัศวเหมแล้วใยยังให้ข่าวสร้างความสับสนให้กับสังคม

ศรีสุวรรณติง ป.ป.ช.เมื่อยกข้อกล่าวหาวัฒนา อัศวเหมแล้วใยยังให้ข่าวสร้างความสับสนให้กับสังคม

29 April 2020

1632

 

          นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าตามที่เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงชี้แจงผ่านเอกสารข่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ยกข้อกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม กับพวกเมื่อวันก่อนนั้น

          แต่เอกสารข่าวดังกล่าว กลับกล่าวก้าวล่วงไปว่าการกระทำของนายวัฒนา เป็นคนละกรณีกับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551จำคุกนายวัฒนา เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ซึ่งได้กระทำเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทย ระหว่าง พ.ศ. 2531-2535 ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่นายวัฒนา ในนามของบริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมิชอบ และยังเป็นคนละกรณีกับกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ที่ 8064/2560 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 จำคุกนายวัฒนา เป็นเวลา 3 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ซึ่งนายวัฒนา กับพวกได้ร่วมกันรวบรวมที่ดิน แล้วนำมาเสนอขายกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินที่มีเนื้อที่ไม่ครบ เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะ 

ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช ชี้แจงนั้นสวนทางกับข้อเท็จจริงในส่วนเกี่ยวข้องกับนายวัฒนา อัศวเหม ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ที่ว่านายวัฒนาบังคับข่มขืนใจเจ้า พนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่นายวัฒนา ในนามของบริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงนั้น กรรมการผู้มีอำนาจของ บ.ปาล์มบีชฯ ตามกฎหมาย คือนายรอย อิศราพร ชุตาภา ซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจให้ นายกิติชัย พิมพาภรณ์เป็นผู้ยื่นขอรังวัดออกโฉนด ในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2533  ซึ่งนายเฉลา ทิมทอง ผู้นำการคัดค้านการก่อสร้างโครงการบำบัดน้ำเสีย และเป็นต้นเรื่องในการเป็นผู้กล่าวหานายวัฒนา ก็ยืนยันเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นอีก 4-5 ปีถัดมาคือในปี  2535-2536 จึงออกโฉนดเสร็จสิ้น สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการก็มอบโฉนดให้บริษัท ปาล์มบีชฯ และนายวัฒนา อัศวเหม ก็มิได้เป็นกรรมการฯบริษัทปาล์มบีชฯ แต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.แจงว่านายวัฒนา กับพวกได้ร่วมกันรวบรวมที่ดิน แล้วนำมาเสนอขายให้กรมควบคุมมลพิษ (เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540) โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินที่มีเนื้อที่ไม่ครบ เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะนั้น ข้อเท็จจริงปรากฎว่า บริษัทปาล์มบีช ดีเวลอบเมนท์ จำกัด เป็นผู้รวบรวมที่ดิน ต่อมาขายที่ดินให้กับ บริษัท คลองด่านมารีน จำกัด เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2537 (ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีโครงการโรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน) และบริษัท คลองด่านมารีน จึงเสนอขายให้กับกรมควบคุมมลพิษอีกทอดหนึ่ง เมื่อ 20 ก.พ.2541 ซึ่งนายวัฒนาก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆอีกเช่นกัน สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลว่า “เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐานใดที่ยืนยันว่านายวัฒนาเข้ามาเกี่ยวข้องกระทำการใดใดให้คณะกรรมการคัดเลือกของกรมควบคุมมลพิษ ที่เลือกที่ดินของบริษัทคลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอนรี่ จำกัด”(ปรากฎตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ 2794 /2553 หมายเลขแดงที่ 14544 /2556 วันที่ 19 กรกฎาคม 2556)

กรณีข้อเท็จจริงที่คาดเคลื่อนดังกล่าว จึงเป็นเหตุที่นายวัฒนา อัศวเหม ได้แจ้งกับคนใกล้ชิดว่าพร้อมที่จะกลับมาขอศาลเพื่อรื้อฟื้นคดีใหม่ ซึ่งเป็นสิทธิที่สามารถทำได้หากพบว่ามีหลักฐานข้อมูลใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงพอ ดังนั้น เอกสารแถลงข่าวของ ป.ป.ช.ที่ออกมาจึงเป็นการแจ้งข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและนอกเหนือไปจากส่วนที่ร้องเรียน ซึ่งเป็นการสร้างความสับสนให้กับสังคมไทย ที่ต้องการให้ความจริงแท้ปรากฏผ่านกระบวนการทางศาลนั่นเอง นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด

Recent posts