Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ลงแขกเกี่ยวข้าวไร่นารวมเสริมเสบียงค้านเหมืองหิน

กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ลงแขกเกี่ยวข้าวไร่นารวมเสริมเสบียงค้านเหมืองหิน

15 November 2021

1346

1 พ.ย.64 เวลาประมาณ 09.00 น. ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได กว่า 20 คน ได้ทำการลงแขกเกี่ยวข้าวไร่นารวมบนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ในเขตพื้นที่บ้านโชคชัย หมู่ 12 ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู หลังจากที่ข้าวไร่นารวมได้สุกพร้อมที่จะทำการเก็บเกี่ยวแล้ว การทำข้าวนารวมในครั้งนี้ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ได้ทำนารวมจำนวน 2 แปลง คือ ข้าวไร่และข้าวนาปี ซึ่งบรรยากาศของเก็บเกี่ยวข้าวไร่ในวันนี้ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวและยังมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุมต้นข้าวเป็นจำนวนมากทำให้ยากลำบากต่อการเก็บเกี่ยว แต่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ก็ไม่ย่อท้อทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งใจใช้เคียวเกาะเกี่ยวข้าวไร่ทุกรวงเพื่อนำไปวางไว้เป็นแถวเตรียมพร้อมสำหรับการมัด

 

ซึ่งนางลำดวน วงค์คำจันทร์ ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ได้กล่าวว่า “ข้าวไร่แปลงนี้เป็นข้าวสายพันธุ์ดอกขามเป็นข้าวที่มีกลิ่นหอม เราทำเป็นข้าวอินทรีย์ด้วย ข้าวไร่ที่เราได้ก็คิดว่าจะเก็บไว้สำหรับกินในระหว่างที่กลุ่มเคลื่อนไหวต่อสู้รวมทั้งในการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองหินด้วย และปีนี้เราก็ได้ทำข้าวนารวม 2 แปลง มีแปลงนี้ที่เป็นข้าวไร่และอีกแปลงเป็นข้าวนาปีจำนวน 5 ไร่ ซึ่งเป็นข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงูและข้าวเจ้าหอมมะลิ ตอนนี้ก็กำลังจะสุกคิดว่ากลางเดือนพฤศจิกายนนี้ก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวแล้ว”

 

ขณะที่นางพรพรรณ อนุเวช ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนฯ ก็ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า “การเกี่ยวข้าวไร่ในวันนี้รู้สึกไม่เหนื่อยมาก เพราะทุกคนช่วยกันเกี่ยวข้าวคนละไม้คนละมือจนเสร็จในวันเดียว”

 

ทั้งนี้การทำข้าวนารวมของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ทั้ง 2 แปลงก็เพื่อนำเอาผลผลิตที่ได้มาเป็นเสบียงและต้นทุนในการเคลื่อนไหวต่อสู้ครั้งใหม่หลังจากที่ทำการปิดเหมืองหินและโรงโม่หินได้สำเร็จ ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้าสู่การฟื้นฟูภูผาป่าไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เพื่อวางรากฐานสู่การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตตามเจตนารมณ์ของคนในพื้นที่ต่อไป