ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

 วัฒน์ วรรลยางกูล

ขอบคุณภาพ จาก aday Magazine : https://adaymagazine.com/wat-wanlayangkoon

เช้านี้ กลายเป็นเช้าที่ต้องเดินเข้าไปในคลังอดีต ไปรื้อเอกสาร หนังสือ แฟ้มเก่าๆ เพื่อหาร่องรอยชีวิต ความคิด ความฝัน สมัยยังเป็นหนุ่มนักแสวงหา....

ตั้งแต่การค้นพบคำตอบบางอย่าง จากการหลงใหลเทิดทูน ศรัทธา “คนเดือนตุลา” เมื่อ
20 ปีก่อน ทำให้ผมถ่อยห่างจากการศรัทธาบุคคล การทำตัวเป็น FC ติดตามอ่าน ฟัง การลดเลิกการรอนแรมติดตามเป็นเงาคน ทำให้ผมค้นพบความอิสระในอีกรูปแบบหนึ่ง บางแง่อาจจะดูเคว้งคว้าง เพราะเราไร้สังกัด ไร้เจ้าแห่งความคิดอยู่เบื้องหลัง ไร้ถิ่นฐานชุมนุมชนทางความคิด ที่เราเองต่างก็นิยม นิยามตนเองว่า ว่าอยู่ซีกใด หรือ เชื่อในแนวทางแบบไหน

ผมใช้ชีวิตล่องลอยแบบนี้มาทั้งชีวิต แง่หนึ่งก็โดดเดี่ยว ไม่เข้าพวก ไม่มีใคร แต่ในแง่หนึ่งก็ค้นพบอิสรภาพของความคิดความฝัน แม้ว่า อาจจะไม่ถูกเกลาให้วับวาว เหมือนการเจียระไน แต่ก็เป็นธรรมชาติ หลายคนมักมองว่า ผมมั่ว ไร้ทฤษฎี อ่านหนังสือไม่แตก ไม่ตกผลึก โน่นนี่นั่น ซึ่งผมเข้าใจ ความหมายที่ถูกวิจารณ์ กระนั้น ก็ภูมิใจ แม้เราจะไร้สำนัก และวรยุทธ ไม่มีกระบวนท่า แต่เราก็ปะทะหรือรับมือคนได้หลายกระบวนท่า ที่สำคัญ ไม่เคยยอมให้ใครชักจูงชี้นำได้

พูดซะเยอะ ไม่เกี่ยวที่จะเขียนเลย ฮ่าๆๆ ...

เมื่อเช้าได้ข่าวศิลปินรุ่นใหญ่ นักคิดนักเขียนท่านหนึ่ง คือ พี่วัฒน์ วรรลยางกูล เป็นหนึ่งในนักเขียนทืผมชื่นชอบ ติดตามมากที่สุด เพราะงานของพี่วัฒน์ อ่านง่าย ดาษดื่นด้วยคำพูดแบบบ้านๆ  มีฉากละครเป็นชาวบ้าน ชาวนา ทุ่งนา ทำให้การอ่าน การจินตนาการตาม สนุก เห็นภาพชัด เพราะผมเป็นลูกชาวนา ครับ

ผมหยิบหนังสือ หรือ ผลงานเขียนของนักประพันธ์ไทยขึ้นอ่าน ไม่กี่ท่าน  จิตร ภูมิศักดิ์ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ประเสริฐ เสวิกุล เสนีย์ เสาวพงษ์ ศิลา โคมฉาย อัศศิริ ธรรมโชติ และ วัฒน์ วรรลยางกูล ผมในวัยหนุ่มสาว ที่เบิกบานแสวงหา จึงเฟ้นหางานที่เจือจางไปด้วย ความรัก ภาษารัก การเมือง การต่อสู้ และอุดมการณ์  “ด้วยรักและอุดมการณ์” ของ วัฒน์ วัลยางกูล คือ คัมภีร์นักกิจกรรมเช่นผม อย่างแรงกล้า จนวันหนึ่ง ก็เริ่มปีกกล้าขาแข็ง นึกอยากเป็นนักเขียน นักปฏิวัติ นักสร้างพลังหรือแรงบันดาลใจให้คนรุ่นหลัง แน่นอน สิ่งที่ทำแล้วก่อเกิดอำนาจบันดาลใจเช่นนั้น คืองานศิลปะ โดยเฉพาะงานประพันธ์

งานชิ้นแรก ที่ผมลงมือ “หัดเขียน” ส่งเข้าประกวด โครงการประกวด เรื่องสั้น บทกวี “รางวัลลายสือไท” ครั้งที่
1 ราวปี 2539-40 จัดโดยกลุ่มศิลปะ วรรณกรรม ม.รามคำแหง ชื่อผลงานคือ “เฮียม”  เป็นเรื่องราวเพื่อนของผม สมัยเรียนที่ โรงเรียนโคกกลางวิทยา ( ปัจจุบันคือ โรงเรียนพนมดงรักวิทยา) เป็นเพื่อนที่สนิทมากคนหนึ่ง เรามักขี่จักรยานคุยกันระหว่างกลับจากโรงเรียน วันหนึ่ง ใกล้เทศกาลปีใหม่ เฮียมกับพี่ชายได้เข้าไปขุดมันสำปะหลังที่ไร่ และถูกกับระเบิดตาย !

 

หมู่บ้านของเราอยู่ติดชายแดน กัมพูชา เป็นสนามการสู้รบ ทำให้มีกับระเบิดมากมายอยู่ใต้ผืนดิน ผมไม่รู้หรอกว่า เหตุผลที่แท้จริงของสงครามคืออะไร แต่ผมเข้าใจทุกชีวิต ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องดิ้นรน เสี่ยงตาย เพื่อปากท้อง


 


ผลงานชิ้นแรกชิ้นนี้ของผม ได้ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 และชายผู้มอบรางวัลโล่แห่งเกียรติยศนั้น คือ พี่ วัฒน์ วรรลยางกูล  ( ถ้าจำไม่ผิด) ตอนนั้น ผมไม่ได้ปลาบปลื้มดีใจ เกี่ยวกับบุคคลผู้มอบรางวัลนัก แต่วันหนึ่งหลังการรัฐประหาร 2549 รายชื่อศิลปินที่ออกมาต่อต้าน คัดค้าน และร่วมขบวนต่อสู้กับประชาชน อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจ อิทธิพล หรือ กระแสสังคม คือ วัฒน์ วรรลยางกูล และ นั่นแหละ ความภาคภูมิใจ อย่างที่สุดจึงบังเกิดเงียบๆ ในใจผม อย่างน้อยๆ ศิลปินที่ผมชิ่นชอบ ไม่ได้บิดเบี้ยวผิดเพี้ยน ไปจากการยืนเคียงข้างประชาชน ตลอดลมหายใจสุดท้าย...


ขอให้พี่ได้พบเจอภพภูมิที่งดงาม ดุจแดนสวรรค์ในบทประพันธ์ของพี่
ด้วยจิตคาราวะ แด่ วัฒน์ วรรลยางกูล ผู้ล่วงลับในดินแดนไกลโพ้น....

 

จาก
ขี้หมาริมทาง ผู้รจนา  (ไนล์ รอยเคียว)