Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
29 September 2025 782

กป.อพช. - กป.อพช.ใต้ ประณามการคุกคามประชาชนเวที EEC ปราจีนบุรี เรียกร้องรัฐ EEC และธรรมศาสตร์แสดงความรับผิดชอบ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนon

กป.อพช. - กป.อพช.ใต้ ประณามการคุกคามประชาชนเวที EEC ปราจีนบุรี เรียกร้องรัฐ EEC และธรรมศาสตร์แสดงความรับผิดชอบ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ออกแถลงการณ์ต่อกรณีเหตุการณ์การคุกคามเครือข่ายประชาชน ปราจีนเข้มแข็งที่เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ณ จังหวัดปราจีนบุรี

ทั้ง 2 องค์กรระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และสะท้อนให้เห็นถึงการจัดเวทีที่ปราศจากความจริงใจในการสร้างการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งเรียกร้องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี, และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้แสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม และรับประกันว่ากระบวนการมีส่วนร่วมในอนาคตจะต้องเกิดขึ้นอย่างเสรี ปลอดภัย และโปร่งใส

 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานการศึกษาโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขยายพื้นที่ EEC โดยสำนักงาน EEC ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดปราจีนบุรี และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ในเวทีดังกล่าว เครือข่ายประชาชนกลุ่ม ปราจีนเข้มแข็ง ซึ่งได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วม ได้ถูกเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 2-3 นาย เข้าตรวจค้นกระเป๋า โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการค้นหาอาวุธ ทั้งที่ผู้เข้าร่วมไม่ได้มีพฤติการณ์น่าสงสัยแต่อย่างใด

เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษา แต่ไม่มีการทักท้วงหรือยับยั้งการกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้ถูกตรวจค้นรู้สึกอับอาย หวาดกลัว และถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อีกทั้งสร้างบรรยากาศกดดันแก่ผู้ที่เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในเวที

นอกจากนั้น ผู้เข้าร่วมประชุมยังสะท้อนว่าการจัดเวทีครั้งนี้มีลักษณะเป็นเพียง พิธีกรรมโดยไม่ได้เปิดโอกาสอย่างเสรีให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้เห็นต่างได้แสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม ขณะที่ผู้สนับสนุนโครงการกลับได้รับเวลาและพื้นที่ในการแสดงออกอย่างเต็มที่

 

แถลงการณ์ กป.อพช. ชี้เป็นการลุแก่อำนาจและเพิกเฉยต่อสิทธิประชาชน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ได้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการ ลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็น ความเพิกเฉยอย่างน่าละอายของผู้จัดเวที ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน EEC มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

กป.อพช. เห็นว่า เหตุการณ์นี้ทำลายความหมายที่แท้จริงของเวทีรับฟังความคิดเห็น และสะท้อนเจตนาที่ไม่ได้ต้องการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หากแต่จัดเวทีขึ้นเพื่อให้กระบวนการแล้วเสร็จไปเท่านั้น

แถลงการณ์ยังชี้ว่า การพัฒนาที่รัฐพยายามนำเสนอในนามของ EEC ไม่ได้สร้างความมั่นคงในชีวิตประชาชน แต่กลับผลักให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางต้องเผชิญความเสี่ยงและผลกระทบโดยตรง ขณะที่เสียงคัดค้านกลับถูกกดทับและปิดกั้น

กป.อพช.จึงได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเร่งด่วนใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ผู้จัดเวทีต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยไม่ใช้เวทีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานการรับฟังความคิดเห็นใด ๆ เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิประชาชนอย่างชัดเจน
  2. ต้องรับประกันว่ากระบวนการมีส่วนร่วมในอนาคตจะเกิดขึ้นอย่างเสรี ปราศจากการปิดกั้น ข่มขู่ หรือแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่รัฐ และต้องจัดในสถานที่สาธารณะที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม
  3. เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา โดยเคารพสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ กป.อพช. ยังได้ตั้งคำถามตรงไปยังหน่วยงานผู้จัดงานว่า จะยังคงเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนต่อไปอีกหรือไม่

 

แถลงการณ์ กป.อพช.ใต้ ชี้เวทีรับฟังความคิดเห็นเป็นเพียงพิธีกรรม

ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน 2568 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง สนับสนุนข้อเรียกร้องของ กป.อพช. และชี้ให้เห็นรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบรรยากาศในเวที

แถลงการณ์ กป.อพช.ใต้ ระบุว่า เวทีดังกล่าวเต็มไปด้วยการควบคุมและการสร้างความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ไว้ทั่วห้อง การตรวจค้นกระเป๋าโดยเฉพาะผู้หญิง หรือการจำกัดเวลาและการโต้แย้งเมื่อผู้เห็นต่างแสดงความคิดเห็น ตรงกันข้ามกับผู้สนับสนุนโครงการที่ได้รับโอกาสพูดอย่างเต็มที่

กป.อพช.ใต้ยังวิจารณ์ว่า การจัดเวทีในครั้งนี้ไม่ต่างจากการทำ พิธีกรรมเพื่อผลักดันโครงการ โดยไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

แถลงการณ์ยังเชื่อมโยงไปถึง ความล้มเหลวของ EEC ในการจัดการปัญหามลพิษ การควบคุมกลุ่มทุน และการกระจายรายได้ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ และยิ่งทำให้การผนวกจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ EEC ถูกตั้งคำถามมากขึ้น

กป.อพช.ใต้จึงเรียกร้องไปยังสำนักงาน EEC ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้แสดงความรับผิดชอบและปรับปรุงกระบวนการศึกษา โดยต้องเป็น กระบวนการที่ครอบคลุม เป็นกลาง ปราศจากการปิดกั้นและคุกคาม รวมถึงต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและโปร่งใส

 

ข้อเรียกร้องร่วม

แม้จะแถลงต่างวันกัน แต่ข้อเรียกร้องหลักของทั้ง 2 องค์กรสอดคล้องกันในประเด็นสำคัญ นั่นคือ

  • การประณามการคุกคามและละเมิดสิทธิประชาชนในเวทีปราจีนบุรี
  • การเรียกร้องให้ผู้จัดงานแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม
  • การย้ำว่ากระบวนการมีส่วนร่วมในอนาคตต้องเป็นไปอย่างเสรี โปร่งใส และปราศจากการข่มขู่
  • การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา และให้เกียรติสิทธิของประชาชน

 

ภาพสะท้อนต่อบทบาทสถาบันการศึกษาและรัฐ

ทั้ง 2 แถลงการณ์ยังได้ตั้งคำถามต่อ บทบาทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านการวิจัยและการจัดเวที โดยเห็นว่าการเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิในครั้งนี้เป็นการบั่นทอนเกียรติภูมิและพันธกิจของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนที่กำลังถูกท้าทาย เนื่องจากหากรัฐยังคงเดินหน้าโครงการโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ย่อมจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจ และขยายรอยร้าวระหว่างรัฐกับประชาชนให้รุนแรงยิ่งขึ้น

 

เหตุการณ์คุกคามเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ในเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายพื้นที่ EEC จังหวัดปราจีนบุรี ไม่เพียงแต่เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึง ปัญหาเชิงโครงสร้างในการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมของรัฐไทย ที่ยังคงถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด

แถลงการณ์ทั้ง 2 ฉบับจาก กป.อพช. และ กป.อพช.ใต้ ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง ทบทวนบทบาท แสดงความรับผิดชอบ และปรับปรุงกระบวนการมีส่วนร่วมให้เป็นไปอย่างเสรี ปลอดภัย และโปร่งใส เพื่อไม่ให้การพัฒนาเป็นเพียงการผลักดันเชิงโครงการ แต่เป็นการสร้างอนาคตที่มีความหมายต่อทุกคนอย่างแท้จริง

 

Recent Articles