Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
29 January 2026 12808

ศาลแขวงดุสิตพิพากษาจำคุก-ปรับ สองแกนนำพีมูฟ คดีชุมนุมทวงสิทธิที่ดิน สะท้อนความอยุติธรรมเชิงโครงสร้างและการจำกัดเสรีภาพประชาชน8

ศาลแขวงดุสิตพิพากษาจำคุก-ปรับ สองแกนนำพีมูฟ คดีชุมนุมทวงสิทธิที่ดิน สะท้อนความอยุติธรรมเชิงโครงสร้างและการจำกัดเสรีภาพประชาชน

ศาลแขวงดุสิตพิพากษาจำคุก-ปรับ สองแกนนำพีมูฟ คดีชุมนุมทวงสิทธิที่ดิน สะท้อนความอยุติธรรมเชิงโครงสร้างและการจำกัดเสรีภาพประชาชน

 

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 401 ศาลแขวงดุสิต ศาลมีคำพิพากษาในคดีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) โดยพิพากษาให้ นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ประธานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และกรรมการสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) และ นายจำนงค์ หนูพันธ์ ที่ปรึกษาพีมูฟ มีความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558

คดีดังกล่าวเป็นผลจากการที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลดุสิต แจ้งข้อหาจำเลยทั้งสอง ฐานเป็นผู้จัดการชุมนุมฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการชุมนุมในรัศมี 50 เมตรจากทำเนียบรัฐบาล โดยมีคดีทั้งหมด 2 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขดำที่ อ.869/2568 และ อ.870/2568 ซึ่งศาลได้นัดฟังคำพิพากษาพร้อมกันในวันนี้

 

พิพากษาจำคุก-ปรับ แต่ให้รอลงอาญา

สำหรับคดีหมายเลขดำที่ อ.869/2568 ซึ่งเป็นคดีร่วมของจำเลยทั้งสอง ศาลพิพากษาจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท ก่อนลดโทษเหลือจำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 7,500 บาท และให้รอการลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน

ขณะเดียวกัน ศาลยังมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.870/2568 ซึ่งเป็นคดีของนายจำนงค์ หนูพันธ์ เพียงผู้เดียว จากกรณีการชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยมีคำพิพากษาในลักษณะเดียวกัน คือ จำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท ลดโทษเหลือจำคุก 1 เดือน ปรับ 7,500 บาท และให้รอการลงโทษจำคุก 2 ปี

 

การใช้สิทธิชุมนุมอย่างสงบ ถูกทำให้เป็นอาชญากรรม

คดีทั้งสองเป็นผลสืบเนื่องจากการที่พีมูฟและเครือข่ายประชาชนผู้เดือดร้อนจากทั่วประเทศ เข้ามาปักหลักชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย และผลกระทบจากนโยบายและโครงการของรัฐ ซึ่งประชาชนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ และเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ

เครือข่ายภาคประชาชนและทีมทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน (CRC) เห็นว่า คำพิพากษาครั้งนี้สะท้อนถึงปัญหาความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง และการบังคับใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะฯ ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือจำกัดเสรีภาพของประชาชน มากกว่าการอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย

 

เตรียมอุทธรณ์ พร้อมเดินหน้าผลักดันยกเลิก พ.ร.บ.การชุมนุมฯ

แม้ศาลจะมีคำสั่งรอการลงโทษจำคุก แต่จำเลยทั้งสองยืนยันว่า การใช้กฎหมายดังกล่าวยังคงเป็นการ “ปิดปากประชาชน” และทำให้การต่อสู้ของผู้เดือดร้อนถูกทำให้กลายเป็นอาชญากรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาตามกระบวนการยุติธรรม

พร้อมกันนี้ พีมูฟและเครือข่ายภาคประชาชนยังย้ำจุดยืนเดินหน้ารณรงค์เพื่อ ยกเลิกพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 อย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นมรดกจากยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของประชาชน แต่กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขัดขวาง จำกัด และลิดรอนเสรีภาพในการชุมนุม ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอย่างเป็นระบบ

 

 

ข้อมูลและภาพจาก ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม P-move

Recent Articles