Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

Advertisement

Banner 600x250 px

Advertise with us

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back

เครือข่ายชาวเล อันดามัน ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เรียกร้องรัฐเร่งบังคับใช้กฎหมายและผลักดัน พ.ร.บ. ชาติพันธุ์โดยทันที

เครือข่ายชาวเล อันดามัน ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เรียกร้องรัฐเร่งบังคับใช้กฎหมายและผลักดัน พ.ร.บ. ชาติพันธุ์โดยทันที

16 March 2026

2293

เครือข่ายชาวเล อันดามัน ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เรียกร้องรัฐเร่งบังคับใช้กฎหมายและผลักดัน พ.ร.บ. ชาติพันธุ์โดยทันที

 

วันที่ 12 มีนาคม 2569 - เครือข่ายชาวเล อันดามัน ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการประณามการกระทำของกลุ่มบุคคลที่อ้างตนในนาม "กลุ่มไทยไม่ทน" ซึ่งได้เข้าทำร้ายร่างกายพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยไม่มีข้อยกเว้น และเร่งผลักดัน พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มบุคคลในนาม "กลุ่มไทยไม่ทน" ได้เข้าคุกคามและทำร้ายร่างกายชาวกะเหรี่ยงอย่างป่าเถื่อน โดยมีลักษณะที่ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่มีรากฐานมาจากอคติทางชาติพันธุ์ เหตุการณ์นี้ได้จุดประกายให้ภาคประชาสังคมและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรงในลักษณะดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

เครือข่ายชาวเล อันดามัน ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิและวิถีชีวิตของชุมชนชาวเล และกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน ได้ออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า "ไม่ยอมรับ" และ "ขอประณาม" การกระทำดังกล่าวถึงที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนลุกขึ้นมาต่อต้านพฤติกรรมเช่นนี้อย่างจริงจัง

 

จุดยืนของเครือข่าย อาชญากรรมจากความเกลียดชังต้องถูกเรียกชื่อให้ถูกต้อง

แถลงการณ์ระบุอย่างชัดเจนว่า การใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยมีรากฐานจากอคติทางชาติพันธุ์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้ายร่างกายธรรมดา หากแต่เป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชัง (Hate Crime) ที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง และเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางสังคมในระยะยาว

เครือข่ายฯ ยังเน้นย้ำว่า สังคมไทยต้องไม่ปล่อยให้พฤติกรรมการคุกคามและทำร้ายบนฐานของอคติทางชาติพันธุ์กลายเป็นเรื่องปกติ หรือเรื่องที่ยอมรับได้ในสังคม เพราะหากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีการดำเนินการใด ๆ สังคมไทยก็จะตกอยู่ในวังวนของความรุนแรงทางชาติพันธุ์ที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง

ข้อความหนึ่งในแถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายฯ ขอให้เกิดการหยุดพฤติกรรมอันธพาลทางเชื้อชาติ โดยสิ้นเชิง และย้ำว่าการอ้างชื่อกลุ่มหรืออุดมการณ์ใด ๆ ก็ไม่อาจเป็นข้ออ้างในการก่ออาชญากรรมเช่นนี้ได้

 

ข้อเรียกร้องต่อกระบวนการยุติธรรม กฎหมายต้องไม่เป็นหมัน

เครือข่ายฯ เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลิกเพิกเฉย และดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

แถลงการณ์ยังได้ส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจนต่อภาครัฐด้วยว่า หากรัฐปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลได้ จะถือว่ารัฐเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในการละเมิดสิทธิพลเมือง และถือเป็นความล้มเหลวในการรักษาหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรง

ข้อเรียกร้องในส่วนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งของภาคประชาสังคมต่อแนวโน้มที่คดีความรุนแรงต่อกลุ่มชาติพันธุ์มักไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างจริงจัง ซึ่งส่งผลให้ผู้กระทำผิดรู้สึกว่าสามารถกระทำซ้ำได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ความเงียบของรัฐในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่ความเป็นกลาง แต่คือการส่งสัญญาณยินยอมโดยปริยาย

 

เรียกร้องเร่งด่วน ผลักดัน พ.ร.บ. ชาติพันธุ์โดยทันที

หนึ่งในข้อเรียกร้องที่สำคัญที่สุดในแถลงการณ์ฉบับนี้ คือการเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาเร่งปฏิบัติใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยทันที

เครือข่ายฯ ชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้คือ หลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่ากลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ยังคงตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงได้ตลอดเวลา และการมีกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือความรับผิดชอบ ของรัฐที่ต้องดำเนินการ

กฎหมายฉบับดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นเกราะทางกฎหมาย ที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติและคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่พลเมืองทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นชาติพันธุ์ใด

ร่าง พ.ร.บ. ชาติพันธุ์ฉบับนี้ผ่านการผลักดันจากภาคประชาสังคมและตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์มาอย่างยาวนาน แต่กลับยังคงติดค้างอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติโดยไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนี้จึงยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการเพิกเฉยต่อการออกกฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์มีต้นทุนทางสังคมที่สูงมาก

 

คำเตือนถึงผู้ก่อความรุนแรง เสรีภาพไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายผู้อื่น

แถลงการณ์ยังได้ส่งสารคำเตือนสติ ตรงถึงกลุ่มผู้สร้างความรุนแรงอย่างชัดเจนว่า เสรีภาพในการทำหน้าที่พลเมืองนั้น ต้องไม่ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการละเมิดสิทธิหรือทำร้ายผู้อื่น

เครือข่ายฯ ระบุว่า การนำชื่อ "ไทยไม่ทน" มาเป็นใบเบิกทางในการก่อความรุนแรงถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของระเบียบสังคมอย่างร้ายแรง และไม่อาจยอมรับได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

พร้อมกันนี้ เครือข่ายฯ ยังประกาศอย่างชัดเจนว่าจะเฝ้าติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด จนกว่าผู้ถูกกระทำจะได้รับความเป็นธรรม และผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างสาสม

 

ความสำคัญของแถลงการณ์นี้ในบริบทสิทธิชาติพันธุ์ไทย

การออกแถลงการณ์ของเครือข่ายชาวเล อันดามัน ในครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ประเด็นสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในไทยยังคงเป็นเรื่องที่ถูกละเลยและขาดการคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเป็นระบบ กลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง มอแกน อูรักลาโว้ย หรือชาติพันธุ์อื่น ๆ ยังคงเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ การถูกละเมิดสิทธิที่ดิน และการถูกมองว่าเป็น "ผู้อื่น" ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

การที่เครือข่ายชาวเล อันดามัน ซึ่งโดยปกติทำงานด้านสิทธิชาวเลและชุมชนชายฝั่ง ออกมาประณามความรุนแรงต่อชาวกะเหรี่ยง แสดงให้เห็นถึงการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในขบวนการสิทธิชาติพันธุ์ไทย หลักการที่ว่า "การโจมตีกลุ่มชาติพันธุ์ใดก็คือการโจมตีทุกกลุ่ม" กำลังถูกแสดงออกมาในทางปฏิบัติผ่านการเคลื่อนไหวครั้งนี้

 

ชาติพันธุ์คือคน กฎหมายต้องคุ้มครอง

เครือข่ายชาวเล อันดามัน ปิดท้ายแถลงการณ์ด้วยประโยคที่กระชับแต่ทรงพลังว่า ชาติพันธุ์คือคน กฎหมายต้องคุ้มครอง ความรุนแรงต้องจบลงที่นี่

ข้อความนี้สะท้อนถึงหัวใจของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้อย่างตรงจุด นั่นคือการยืนยันความเป็นมนุษย์ของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม การเรียกร้องให้กฎหมายทำหน้าที่ปกป้องพลเมืองทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ และการประกาศว่าสังคมไทยต้องไม่ยอมรับความรุนแรงทางชาติพันธุ์ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

สำหรับองค์กรภาคประชาสังคม นักกิจกรรม และผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน แถลงการณ์ฉบับนี้เป็นทั้งสัญญาณเรียกร้องการสนับสนุน และการเตือนให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิชาติพันธุ์นั้นยังคงต้องการพลังจากทุกคน ไม่ว่าจะผ่านการเผยแพร่ข้อมูล การสนับสนุนทางกฎหมาย หรือการออกมาแสดงจุดยืนในพื้นที่สาธารณะ

#ชาติพันธุ์ก็ไม่ขอทน

 

ที่มา: แถลงการณ์เครือข่ายชาวเล อันดามัน ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569