Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
9 April 2026 30

กป.อพช. ออกแถลงการณ์ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย เรียกร้องปล่อยผู้ต้องขังคดีการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างรัฐ

กป.อพช. ออกแถลงการณ์ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย เรียกร้องปล่อยผู้ต้องขังคดีการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างรัฐ

กป.อพช. ออกแถลงการณ์ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย เรียกร้องปล่อยผู้ต้องขังคดีการเมืองและปฏิรูปโครงสร้างรัฐ

 

วันที่ 8 เมษายน 2569 คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เผยแพร่แถลงการณ์ก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาล นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล โดยสะท้อนข้อกังวลต่อสถานการณ์สิทธิเสรีภาพ โครงสร้างทางการเมือง และการจัดการวิกฤตทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

แถลงการณ์ระบุว่า การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นข้อจำกัดต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และส่งผลให้การใช้อำนาจอธิปไตยไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง โดยมองว่าระบบการเมืองในปัจจุบันเอื้อต่อการต่อรองระหว่างกลุ่มการเมืองและทุนมากกว่าประโยชน์สาธารณะ

ในประเด็นสิทธิมนุษยชน กป.อพช. ระบุว่า ปัจจุบันยังมีผู้ถูกคุมขังจากการแสดงออกทางการเมืองอย่างน้อย 61 คน ในจำนวนนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และมาตรา 110 พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข และทบทวนกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ เช่น ICCPR

ด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต แถลงการณ์สะท้อนความกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิตของเกษตรกร และความไม่มั่นคงของแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่ยังขาดหลักประกันทางสังคม ขณะเดียวกันยังชี้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศในภาคเหนือ และผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชน

ในส่วนของนโยบายพลังงาน กป.อพช. ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐยังไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้างเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อกรณีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตรในช่วงวิกฤต โดยเรียกร้องความโปร่งใสและการตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์ยังวิพากษ์แนวทางการผลักดันตลาดคาร์บอนเครดิต โดยเห็นว่าอาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และอาจเปิดช่องให้ภาคธุรกิจยังคงปล่อยมลพิษต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังแสดงความกังวลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น การเข้าร่วม Organisation for Economic Co-operation and Development ซึ่งอาจส่งผลต่ออธิปไตยทางเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงประเด็นกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยเสนอให้มีแนวทางที่ตั้งอยู่บนหลักสิทธิมนุษยชน เช่น การยกเลิกกฎหมายพิเศษ การยอมรับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

กป.อพช. สรุปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระดับนโยบาย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐและกติกาทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพื่อสร้างระบบที่สามารถคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

 

อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มได้ที่ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน-กป.อพช.

Recent Articles