Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
11 September 2026 25

ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

ชาวปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน ยื่นข้อเรียกร้องขอยุติการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส พร้อมเรียกร้องคุ้มครองสิทธิการแสดงความคิดเห็นด้านสิ่งแวดล้อม

 

          ปราจีนบุรี, 10 กันยายน 2569 - ประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีกว่า 1,000 คน รวมตัวกันที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเรียกร้องให้ยุติกระบวนการสอบสวนทางวินัย กำนันประภาส รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี กรณีเข้าร่วมการชุมนุมและขึ้นปราศรัยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรมและปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

          การรวมตัวครั้งนี้จัดขึ้นโดย เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรง และ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง นำโดยนายสุนทร คมคาย และนางพิสมัย พันชาติ โดยผู้เข้าร่วมได้แสดงจุดยืนเรียกร้องความเป็นธรรมแก่กำนันประภาส พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเคารพและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมต่อประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่

          กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการชุมนุมของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ระหว่างวันที่ 17 - 23 สิงหาคม 2569 บริเวณศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องให้ยุติการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี

          ในการชุมนุมมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนผลกระทบต่อวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

          กำนันประภาส ซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมในฐานะประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี ได้ขึ้นปราศรัยสะท้อนความคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหามลพิษและผลกระทบจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี และจังหวัดปราจีนบุรี

          ต่อมาเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกำนันประภาส หลังจังหวัดระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ออกนามเกี่ยวกับพฤติกรรมในการเข้าร่วมการชุมนุม

          กำนันประภาสได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

 

          เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งระบุว่า มีความกังวลต่อกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการทางวินัย โดยเห็นว่าการดำเนินการเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นหลังการชุมนุม และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นธรรมของกระบวนการดังกล่าว

          เครือข่ายยังยืนยันว่า การชุมนุมดังกล่าวเป็นการรวมตัวเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะ และระบุว่าได้ดำเนินการแจ้งการชุมนุมตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

          สำหรับกรณีของกำนันประภาส เครือข่ายเห็นว่าการเข้าร่วมชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมควรได้รับการคุ้มครองในฐานะสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน ในฐานะผู้นำชุมชน กำนันและผู้ใหญ่บ้านย่อมมีบทบาทในการรับฟังปัญหาและข้อกังวลของประชาชนในพื้นที่

          เครือข่ายยังระบุว่า เนื้อหาการปราศรัยของกำนันประภาสมุ่งสะท้อนสถานการณ์และผลกระทบจากการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนปัญหาเชิงระบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม มากกว่าการมุ่งกล่าวถึงบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

 

          จากกรณีดังกล่าว เครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำพระปรงและเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย รวม 2 ประเด็น ได้แก่

  1. ขอให้ยุติกระบวนการสอบสวนทางวินัยกำนันประภาส รักศรี จากกรณีการเข้าร่วมการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสาธารณะ พร้อมขอให้แจ้งผลการดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ขอให้รับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผู้นำชุมชน และข้าราชการ ในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมต่อการกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นด้านที่ดิน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาอุตสาหกรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

          เครือข่ายระบุว่า การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ต้องการให้กระบวนการของรัฐดำเนินไปบนหลักนิติรัฐ ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

          ทั้งนี้ เครือข่ายระบุว่า หากยังไม่มีการยุติกระบวนการสอบสวน หรือไม่มีการชี้แจงและรับรองความเป็นธรรมแก่กำนันประภาส จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องดังกล่าวต่อไป โดยยืนยันว่าจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและแนวทางสันติวิธี

          ประเด็นดังกล่าวสะท้อนถึงข้อถกเถียงสำคัญระหว่าง การพัฒนาอุตสาหกรรมกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดอนาคตของพื้นที่ ซึ่งยังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายในจังหวัดปราจีนบุรีให้ความสนใจและติดตามต่อไป

 

เรื่องและภาพจาก เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง

Recent Articles