Advertisement

Banner 600×250 px
Advertise with us

สำหรับท่านที่โอนเงินหลังวันที่ 9 เมษายน 2569 ทางเราจะส่งใบเสร็จหลังเทศกาลสงกรานต์
For those who make payments after April 9, 2026, we will issue the receipt after the Songkran Festival.

ThaiNGO

Development News and Information Sources

ThaiNGO team support only thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บไซต์ที่ทีมงาน thaingo ดูแลคือ thaingo.org และ thaingo.in.th เท่านั้น

Back
2 September 2019 1997

ครบรอบสองปีหลังการอพยพออกจากประเทศของชาวโรฮิงญา ยังไม่มีการรับผิดชอบจากกองทัพ

ครบรอบสองปีหลังการอพยพออกจากประเทศของชาวโรฮิงญา ยังไม่มีการรับผิดชอบจากกองทัพ

 

เนื่องจากมีความเสี่ยงว่า จะมีการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังคลาเทศไปเมียนมาอีกครั้ง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเตือนว่า รัฐยะไข่ยังคงไม่ปลอดภัย เนื่องจากผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อความทารุณโหดร้าย ยังไม่ถูกนำตัวมาลงโทษ สัญญาณที่เห็นได้ชัดเจนจากตัวผู้ลี้ภัยเอง เนื่องจากไม่มีบุคคลใดเลยที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้อพยพกลับกลุ่มแรก ตามความเห็นชอบของรัฐบาลบังคลาเทศและเมียนมา ที่พร้อมใจเดินทางกลับตามกระบวนการในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งควรเป็นวันที่น่าจะมีการเริ่มต้นเดินทางกลับ

 

            วันอาทิตย์นี้ (25 สิงหาคม2562) นับเป็นการครบรอบสองปี หลังปฏิบัติการของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวโรฮิงญาทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กกว่า 740,000 คน ต้องหลบหนีออกจากถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเอง ปฏิบัติการที่ทารุณโหดร้ายอย่างกว้างขวาง รุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาจเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งนี้ตามความเห็นของคณะผู้สอบสวนจากองค์การสหประชาชาติ

 

            แม้นานาชาติจะแสดงความโกรธเคือง และแม้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะมีมติให้หาตัวผู้รับผิดในเมียนมา แต่นายพลทหารซึ่งเป็นผู้สั่งการโจมตีทำร้ายชาวโรฮิงญา ยังคงดำรงตำแหน่งของตนต่อไป ในเดือนมกราคม 2562 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล บันทึกข้อมูลว่า กองทัพได้เริ่มปฏิบัติการครั้งใหม่ที่เป็นอาชญากรรมสงคราม ในระหว่างการสู้รบกับกองทัพชาวอาระกันในรัฐยะไข่

 

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่าข้อเสนอล่าสุดของบังกลาเทศและเมียนมาให้ส่งกลับชาวโรฮิงญาหลายพันคน ทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมากในค่ายผู้ลี้ภัย ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเหล่านี้ยังคงจดจำภาพการสังหาร การข่มขืน และการเผาหมู่บ้านได้ติดตา ในขณะที่กองทัพเมียนมายังคงทรงอิทธิพลและไม่เคยสำนึกเสียใจเช่นเดิม จึงไม่มีความปลอดภัยสำหรับบุคคลใด ๆ ที่ต้องการเดินทางกลับไปรัฐยะไข่

 

            “วาระครบรอบที่ยังมืดมนนี้ เป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนถึงความล้มเหลวของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อผู้ตกเป็นเหยื่อ และการนำตัวผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทารุณโหดร้ายครั้งใหญ่มาลงโทษ คณะมนตรีความมั่นคงต้องส่งเรื่องที่เกิดขึ้นในเมียนมา เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน และให้ใช้มาตรการห้ามการซื้อขายอาวุธอย่างครอบคลุม”

 

 

 

 

**********
เนาวรัตน์ เสือสอาด
ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อสารองค์กร
Naowarat Suesa-ard
Media and Communication Coordinator
 

Recent Articles