There are 2 websites that ThaiNGO team support are thaingo.org and thaingo.in.th.

เว็บที่ดูแลโดยทีมงานไทยเอ็นจีโอมี 2 เว็บเท่านั้นคือ thaingo.org และ thaingo.in.th

2 ทศวรรษ ไทยเอ็นจีโอ ตอนที่ 14 ลาออก ไปทำไร่


 ไทยเอ็นจีโอ เป็นงานด้านสื่องานหนึ่งที่ขอทุนจากแหล่งเงินทุนไม่ได้ โดย เฉพาะจากสำนักสื่อ ของ  สสส. พยายามอยู่หลายปี ก็ไม่ได้ การไปอาศัยแหล่งทุนต่างประเทศอย่าง Open Society Foundation ของ George Soros  ก็ได้ไม่บ่อยครั้งนัก ยิ่งผมซึ่งไม่ชำนาญเรื่องการนำเสนอแหล่งทุน เรื่องแสดงบทบาทเชิงบุคคล เรื่องปรากฏตัวตามเวทีต่างๆ ทำให้แหล่งทุนไม่รู้จัก นโยบายของผมตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมานั้น เน้นชื่อ ThaiNGO ทำให้ สังคม โดยเฉพาะคนทำงานพัฒนา รู้จัก ThaiNGO แต่ไม่รู้จักคนที่ทำงานใน ThaiNGO เป็นเรื่องเดียวที่ แวดวงคนทำงาน ไม่อยากเชื่อ ว่า ทำไมไทยเอ็นจีโอ ขอทุนในไทยไม่ได้

บวกรวมกับความล้มเหลว
เรื่องการไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  นครศรีธรรมราช ทำให้ผมหมดพลังทุกอย่าง หลังจากช่วยผลักดันค่ายเยาวชนทำสื่อ ( เป็นยุคที่ไทยเอ็นจีโอหันมาทำกิจกรรมค่ายอาสาฯ กิจกรรมสร้างคนหนุ่มสาว เพราะแหล่งทุน อย่าง สสส. ตื่นตัวสนใจ เรื่องนี้มาก ไทยช่วงนั้นคือยุคของความตกต่ำที่สุดของไทยเอ็นจีโออีกยุคหนึ่ง )

ในขณะที่ การเกิดขึ้นของเว็บสื่อน้องใหม่มาแรงมากอย่างประชาไท กำลังเบียดแทรกด้วยทีมที่มากประสบการณ์ ด้านสื่อ หัวขบวนที่ผลักดันโครงการ ( อ.จอห์น อึ๊งภากรณ์) ซึ่งเป็นที่เคารพของคนจำนวนมาก แถมด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น บทความ บทวิเคราะห์ และการส่งทีมลงทำข่าวเจาะลึก ผ่านสายสัมพันธ์เอ็นจีโอในพื้นที่ และเป็นแหล่งรวบรวมผลงาน การพบปะของนักคิด ปัญญาชน นักเคลื่อนไหว เอ็นจีโอ และ คอลัมนิสต์ รวมถึงเอ็นจีโอบิ๊กเนมหรือรุ่นใหญ่ ก็มาปรากฏที่นี่ ทำให้ ประชาไทคือเว็บหนึ่งเดียวที่มาแรง และดึงความสนใจสังคมไทยที่บริโภคข่าวสารและสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต ไปทั้งหมด

ผมเฝ้ามองและถูกถามหนักขึ้นทุกวัน ว่าทำไมยอดคนเข้าอ่าน ชม เว็บไทยเอ็นจีโอ ถึงตกลง น้อยลง นั้นเพราะเราไม่มีทุน ทุนหมายถึง พนักงานทำข่าว ทุนลงพื้นที่ ทุนจ่ายคอลัมนิสต์ และทุนเพื่อทำอื่นๆ อีกทั้งเราไม่มีแม่เหล็กใหญ่ บิ๊กเนมที่เอ่ยปากชวนก็มาทันที เราไม่มีศักยภาพที่มีพลังดึกดูดปัญญาชน นักคิดนักเขียน มาที่เว็บ

ยิ่งถูกถามหนักๆ ผมก็ยิ่งพิจารณาตัวเองเงียบๆ ครั้งนั้น การลาออกไปศึกษาต่อ ก็เพื่อยกระดับทักษะ แนวคิด การวิเคราะห์ ให้ตัวเอง สามารถทำงานหรือมีศักยภาพมากขึ้น การไปฝังตัวอยู่ภาคใต้ ก็เพื่อสร้างเครือข่าย สร้างทุนทางสังคม เพื่อเปิดโลกทัศน์มองภาพรวมปัญหา บทบาทของคึนในพื้นที่ ซึ่งคนทำงานบรรณาธิการข่าวหรือ คุมเนื้อหา ต้องมีพื้นฐาน มีความเข้าใจลักษณะทางวัฒนธรรม และมีคน หรือ แหล่งข่าว ที่สามารถสอบถาม ประเมินสถานการณ์ ก่อนส่งทีมลงไปได้ และที่สำคัญ การลาออก คือการเปิดช่องให้คนอื่น คนรุ่นใหม่ ได้เข้ามานำทีมบ้าง

ยิ่งสถานการณ์การมีสื่อสาธารณะ
TPBS เกิดขึ้น มีทุนให้คนทำสื่อ ทำรายการดีๆ คนก็แห่ไปอยู่ที่นั่น เป็นสถานที่แห่งความหวังของคนทำสื่อ เกิดโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะ รายการข่าวพลเมืองขึ้น ซึ่งในตอนนั้น สื่อทีวีมีอิทธิพลสูงสุด ท่ามกลางของสื่อสิ่งพิมพ์เริ่มตกต่ำ และสื่ออินเตอร์เน็ตเริ่มนิ่งๆ และลดขนาดความคึกคักลงเนื่องจาก หารายได้เข้ามาการค้าขาย ใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ได้ ไม่เป็นจริงตามแผน ที่คาดคะเน  ทำให้คนทำสื่อ คนบริโภคข่าว หรือทำสื่อขนาดเล็กดิ้นทุกหนทาง เพื่อให้รอด ท่ามกลางวิกฤติของขบวนการงานพัฒนาที่รุนแรงขึ้นๆ ทุกวัน

ปี
2551 ปลายปีนั้นเอง ผมลาออกกลับบ้าน ความเหนื่อยมายาวนาน เริ่มมีปัญหาสุขภาพรุมเร้า ปวดหลัง เครียด นอนไม่หลับ ดื่มจัดและอ้วน  ทำให้ร่างกายแย่ลงๆ  อาการปวดหลังเพราะเดินทางไม่ได้พักเกือบๆ 10 ปี ทำให้ผมแย่มาก จึงตัดสินใจลาออก ในสถานการณ์ที่อะไรๆมาบรรจบ ให้แย่ที่สุด ถึงขนาด เราไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนทีมงาน...!!

และผมเริ่มต้นชีวิตเป็นเกษตรกร ในปีนั้นเอง.....