Development News and Information Sources
ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย(องค์การมหาชน) พ.ศ.๒๕๕๔ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ไว้ ดังนี้
มาตรา ๗ ให้สถาบันมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการอนุวัติข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือ “ Bangkok Rules” เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๒) ศึกษา วิจัย และเผยแพร่มาตรฐานและบรรทัดฐานของสหประชาชาติเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือผู้กระทำผิดหลังพ้นโทษให้กลับสู่สังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยและต่างประเทศ
(๓) ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมอันจะนำไปสู่สังคมแห่งความยุติธรรม
(๔) เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศระดับนานาชาติด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในด้านการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดโดยจะเน้นความร่วมมือกับสหประชาชาติสถาบันสมทบ (Programme Network Institute) และความร่วมมือในกรอบอาเซียน
(๕) ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกระบวนการยุติธรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ
หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้อำนวยการ
ผู้อำนวยการมีหน้าที่บริหารกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสถาบัน ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด นโยบาย มติ และประกาศของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่และลูกจ้างทุกตำแหน่ง เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔รวมทั้งให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอเป้าหมาย แผนงาน และโครงการต่อคณะกรรมการ เพื่อให้การดำเนินงานของสถาบันบรรลุวัตถุประสงค์
(๒) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของสถาบัน รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนการเงินและงบประมาณของปีต่อไปต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณา
(๓) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดำเนินงานของสถาบัน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบันต่อคณะกรรมการ
(๔) บริหารงานของสถาบันให้เป็นไปตามนโยบายและมติของคณะกรรมการ
(๕) ดำเนินงานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ
ทั้งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๔ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
คุณสมบัติพึงประสงค์สำหรับตำแหน่ง
๑.๑ มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสาขาสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรอง
๑.๒ มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการบริหารจัดการ ดังนี้
- กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานของรัฐ ต้องเคยหรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง
- กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากสถานศึกษา ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าคณบดี หรือเทียบเท่า
- กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานเอกชนที่มีการติดต่อในประเทศ หรือต่างประเทศ ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บริหารขององค์กรที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาทต่อปี
๑.๓ มีความรู้ ความสามารถ และมีผลงานที่สำคัญที่แสดงถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านงานยุติธรรมและที่เกี่ยวข้องกับประเทศต่อองค์การสหประชาชาติ หรือหน่วยงานระหว่างประเทศด้านงานยุติธรรม
๑.๔ มีความรู้ ความสามารถ และมีผลงานที่สำคัญที่แสดงถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านงานยุติธรรมและที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุวัติข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoner and Non-custodial Measures of Women Offenders) หรือข้อกำหนดกรุงเทพ และการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรม
๑.๕ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและสามารถประสานงานติดต่อกับองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประสานกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสถาบัน
๑.๖ มีภาวะความเป็นผู้นำสูง และมีวิสัยทัศน์ สามารถคิดและมองภาพรวมได้กว้างไกล
๑.๗ มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อประสานงานในด้านต่างประเทศ
๑.๘ มีความสามารถด้านการบริหารองค์กร การปกครอง และการบริหารธุรกิจ กล้าตัดสินใจ รวมทั้งมีความสามารถในการพัฒนางานด้านงานยุติธรรม ตลอดจนสามารถนำนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐบาลไปปฏิบัติในองค์กรให้เกิดผลสำเร็จ
เอกสารประกอบการสมัคร
๑.๑ รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและแว่นตา ขนาดไม่เกิน ๑.๕ x ๒ นิ้ว โดยถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๒ รูป
๑.๒ สำเนาประกาศนียบัตร หรือปริญญาบัตร หรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัย หรือสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามประกาศรับสมัคร
๑.๓ สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการ และสำเนาทะเบียนบ้าน
๑.๔ เอกสารแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)
๑.๕ หลักฐานแสดงถึงความสามารถ ประสบการณ์ในการบริหารงานพร้อมผลงานเชิงประจักษ์ ความสำเร็จที่ได้รับในอดีตที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน เช่น ประกาศเกียรติคุณ ผลงานทางวิชาการ โครงการสำคัญในความรับผิดชอบ
๑.๖ ใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนว่ามีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ และระยะเวลาของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน ๖ เดือนนับจากวันที่ตรวจสุขภาพ
๑.๗ หนังสือยินยอมให้ตรวจประวัติบุคคล
๑.๘ เอกสารอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ ฯลฯ (ถ้ามี)
กำหนดการรับสมัคร
๑.๑ ผู้ประสงค์จะสมัคร สามารถขอรับใบสมัครด้วยตนเอง ได้ที่
สำนักอำนวยการพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือดาวน์โหลดใบสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.tijthailand.org
๑.๒ การสมัคร
(๑) สมัครด้วยตนเอง ในวันอังคาร และศุกร์ และเวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ได้ที่สำนักอำนวยการพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)
(๒) ทางไปรษณีย์ สถาบันจะยึดวันที่ส่งใบสมัครตามวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นหลักจัดส่งที่ สำนักอำนวยการพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) ๙๓/๑ อาคารจีพีเอฟ วิทยุ ตึกบี ชั้น ๑๖ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐
๑.๓ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐๒ ๑๑๘ ๙๔๐๐ ต่อ ๑๑๑ และ ๒๐๓