ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
การจัดจ้างผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ด้านการส่งต่อกรณีพบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
และรวบรวมข้อมูลองค์กรที่ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์จัดทำเป็นอิเล็คโทรนิคส์ไฟล์
ภายใต้การดำเนินงานโครงการ Thailand Seafood Hotspot
|
เลขที่แบบเสนอขออนุมัติ
Requisition number
|
PG# 092/2560
|
|
เลขที่สัญญา
Agreement number
|
CFL #133/2560
|
|
วันที่เสนอขออนุมัติ
Issued dated
|
21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560
|
|
จุดประสงค์ของขอบเขตของงาน
|
จัดจ้างผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์แสดงแผนผังการส่งต่อกรณีพบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในรูปแบบของแผนที่ และรวบรวมข้อมูลองค์กรที่ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์จัดทำเป็นอิเล็คโทรนิคส์ไฟล์
|
|
งานของโครงการ
|
โครงการ Thailand Seafood Hotspot
|
|
ที่มาของงบประมาณ
|
The Freedom Fund
|
|
การเปรียบเทียบราคา
Require for competitive bidding
|
มีการเปรียบเทียบราคา
|
องค์ประกอบเอกสาร
- จุดประสงค์ของขอบเขตงาน
- ที่มาและความสำคัญ
- วัตถุประสงค์
- กลุ่มเป้าหมาย
- ระดับการสื่อสาร
- เป้าหมายการผลิต
- ขอบเขตการดำเนินงาน
- ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินงาน
- การส่งมอบงานและการชำระเงิน
- วงเงินงบประมาณ
- ลิขสิทธิ์
- คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
- หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณา
- หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
- จุดประสงค์ของขอบเขตงาน
จัดจ้างผู้ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์แสดงแผนผังการส่งต่อกรณีพบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในรูปแบบของแผนที่ และรวบรวมข้อมูลองค์กรที่ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์จัดทำเป็นอิเล็คโทรนิคส์ไฟล์ ซึ่งต่อในเอกสารนี้ เรียกว่า “ผู้รับจ้าง”
- ที่มาและความสำคัญ
ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานและต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วนด้วยเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง อีกทั้งปัญหาการค้ามนุษย์ยังมีแนวโน้มของการเกิดปัญหาสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก นอกจากนี้รูปแบบของการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์และการค้าแรงงานก็มีความหลากหลาย และซับซ้อนมากขึ้น ความยากในการแก้ไขปัญหาจึงยิ่งทวีคูณ
โครงการ Thailand Seafood Hotspot เป็นโครงการที่มีระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปี (พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2560) โดยมีวัตถุประสงค์โครงการเพื่อลดความชุกของการบังคับใช้แรงงานในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในภาคอุตสาหกรรมการผลิตอาหารทะเล ซึ่งการจะดำเนินงานโครงการให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นโครงการจะมุ่งเน้นการให้การสนับสนุนทั้งเงินทุนในการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ดำเนินงานภายใต้โครงการ และเสริมสร้างศักยภาพให้กับองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) ที่ดำเนินงานในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ให้สามารถจัดบริการได้
มูลนิธิรักษ์ไทยในฐานะผู้สนับสนุนทางด้านวิชาการของโครงการ Thailand Seafood Hotspot มีระยะเวลาการดำเนินงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 โดยมีบทบาทในการการพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งทางภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม และการเสริมสร้างศักยภาพองค์กรภาคประชาสังคมให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในการทางานประเด็นการต่อต้านการค้ามนุษย์
เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในขอบข่ายการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่สมบูรณ์ และให้การเชื่อมต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานที่ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่สะดวก ถูกต้อง และรวดเร็ว ทางมูลนิธิรักษ์ไทยจึงมีความประสงค์จะจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อรวบรวมข้อมูลองค์กร และจัดทำแผนผังแสดงขั้นตอนการส่งต่อกรณีพบผู้ที่เข้าข่าย หรือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และออกแบบพัฒนาแสดงข้อมูลดังกล่าวบนเว็บไซต์ให้เข้าใจง่าย และสามารถใช้งานได้จริงต่อไป
- วัตถุประสงค์
ขอบเขตของงานฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ของการจัดจ้างให้ผู้รับจ้างพัฒนาเว็บไซต์เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับงาน ดังนี้
- เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับแสดงแผนผังการประสานงาน ส่งต่อทั้งภายในองค์กรและระหว่างองค์กรผู้ดำเนินงานกรณีพบผู้ที่เข้าข่าย หรือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พร้อมทั้งแสดงขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย และประมาณการระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยใช้การนำเสนอในรูปแบบแผนที่ที่แสดงพิกัดที่ตั้งองค์กรที่มีความถูกต้อง เส้นทางการส่งต่อ รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลเพื่อแสดงความชุกของการเกิดกรณีการค้ามนุษย์และความสำเร็จในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
- เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลรายละเอียดองค์กรที่ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงรายละเอียดกรณีศึกษา/ภาพความสำเร็จสำหรับการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สำหรับผู้ที่ทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ นักวิชาการ นักวิจัย และผู้สนใจทั่วไป ในการสืบค้นและนำไปใช้ประโยชน์
- เพื่อเป็นช่องทางในการสร้างเครือข่ายผู้ที่ทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือผู้ที่สนใจในขอบข่ายงานด้านดังกล่าว และการใช้ประโยชน์อื่นๆ ตามมาตรฐานของเว็บไซต์ทั่วไป
- กลุ่มเป้าหมาย
ก. กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ดำเนินงานในขอบข่ายงานต่อต้านการค้ามนุษย์ และประชาชนที่อาจตกเป็น หรือเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
ข. กลุ่มเป้าหมายรอง คือ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่สนใจศึกษาในขอบข่ายงานต่อต้านการค้ามนุษย์
- ระดับการสื่อสาร
เว็บไซต์ต้องง่ายต่อการใช้งาน โดยข้อความ เนื้อหา ภาพ เสียง และอื่นใดที่สื่อสารผ่านเว็บไซต์ต้องมีรูปแบบการนำเสนอที่เข้าใจง่าย น่าติดตาม และมีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง และง่ายต่อการใช้งาน
- เป้าหมายการผลิต
พัฒนาหน้าเว็บไซต์รองรับ 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยให้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร
- ขอบเขตการดำเนินงาน
รายละเอียดองค์ประกอบของเว็บไซต์ที่ต้องการ
- ลักษณะทั่วไปของเว็บไซต์
- เว็บไซต์จะต้องสามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตามที่มูลนิธิรักษ์ไทยกำหนดและสามารถเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลที่จะมีการเพิ่มเติมต่อไปได้ในอนาคต พร้อมทั้งให้มีฟังก์ชั่นสำหรับการเลือกเปลี่ยนภาษาไทย/อังกฤษ และแถบการค้นหา (Search engine) โดยใช้คำสำคัญ (Key Word) ในทุกหน้า โดยมีรายละเอียดแผนผังเว็บไซต์แจกแจงตามแถบเมนูทั้งหมด 5 แถบ ดังนี้
- หน้าแรก
- แผนที่แสดงพิกัดที่ตั้งองค์กรดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ในประเทศไทยที่สามารถ ย่อขยาย และสามารถค้นหาเส้นทางในการเดินทางจากจุดหนึ่งๆ ไปยังที่ตั้งองค์กรนั้นได้ โดยผ่านระบบ Web Mapping Service ตามความเหมาะสม
- พิกัดองค์กรที่แสดงในแผนที่ดังกล่าว จะต้องสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลองค์กรที่ถูกระบุไว้ในหน้าเครือข่ายองค์กร ตามรายละเอียดย่อยในข้อที่ 1.1.2 โดยหากกดไปที่สถานที่ใดในแผนที่ให้มีแถบแสดงข้อมูลสำคัญตามที่มูลรักษ์ไทยกำหนดได้
- แผนผังแสดงการประสานงาน ส่งต่อทั้งภายในองค์กรและระหว่างองค์กรผู้ดำเนินงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย และประมาณการระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนการดำเนินงานกรณีพบผู้ที่เข้าข่าย หรือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยใช้ข้อมูลที่ทางมูลนิธิรักษ์ไทยจัดเตรียมไว้ให้
- แถบสำหรับค้นหา ที่มีการแบ่งระดับในการค้นหา หรือมีตัวกรอง เพื่อให้การค้นหาข้อมูลในแผนที่สามารถทำได้โดยง่าย และสะดวกต่อการใช้งาน เช่น ค้นหาโดยพื้นที่ทำงาน จังหวัด ภูมิภาค ประเภทองค์กร เป็นต้น
- ให้ผู้รับจ้างออกแบบ content เพิ่มเติมอีก 3 content ตามความเหมาะสม
- เครือข่ายองค์กร
- ตารางทำเนียบองค์กรด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ต่างๆ โดยระบุข้อมูลพื้นฐานขององค์กรดังกล่าว และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลกับแผนที่ในหน้าแรกได้ด้วย พร้อมทั้งสามารถดาวน์โหลดข้อมูลออกมาในรูปแบบของไฟล์ PDF ได้ ทั้งนี้ข้อมูลองค์กรดังกล่าวประกอบด้วย
- ชื่อองค์กร (สามารถเชื่อมโยงเพื่อดูรายละเอียดข้อมูลพื้นฐานรายองค์กรตามระบุในข้อ 1.1.2.2 ได้)
- ที่อยู่
- ชื่อผู้ประสานงาน
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล
- ประเภทองค์กร
- หน้ารายละเอียดข้อมูลพื้นฐานขององค์กรต่างๆ อันประกอบด้วย
- ชื่อองค์กร
- ภูมิภาค
- จังหวัด
- ที่อยู่
- เบอร์โทรศัพท์
- เบอร์โทรสาร
- เว็บไซต์
- ชื่อผู้บริหาร
- ชื่อผู้ประสานงาน
- อีเมล
- วัตถุประสงค์องค์กร
- วันที่จดทะเบียนเป็นองค์กรด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
- พื้นที่ดำเนินงาน
- กลุ่มเป้าหมาย
- ภาษาที่ให้บริการ
- ชุดบริการ
- เงื่อนไขการให้บริการ
- รูปภาพแผนที่ตั้งองค์กร
- แถบสำหรับค้นหา ที่มีการแบ่งการค้นหาออกเป็นระดับต่างๆ เช่น การแบ่งโดยใช้ คำสำคัญ (Key Word) ประเภทองค์กร ที่ตั้งหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมายที่ให้บริการ เวลาดำเนินงาน เป็นต้น
- กิจกรรมความสำเร็จ
- ออกแบบรูปแบบการนำเสนอ และรายงานที่เกิดจากข้อมูลที่กรอกทางออนไลน์ ที่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลออกมาในรูปแบบไฟล์ PDF และรูปภาพ (JPEG)
- รายละเอียดข้อมูลที่กรอกทางออนไลน์ประกอบด้วย
- ชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์/นามสมมติ และรายละเอียดอื่นๆ ของผู้ได้รับผลประโยชน์
- สถานการณ์ที่เกิดขึ้น (อะไร/ที่ไหน/เมื่อไร)
- องค์กร/หน่วยงาน ได้ใช้กระบวนการ/ดำเนินการอย่างไรในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลประโยชน์
- อะไรเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นผลจากการดำเนินการจากองค์กรของท่าน
- ข่าวประสัมพันธ์/กิจกรรม
- ระบบมัลติมีเดีย
- ระบบการจัดการสื่อชนิดต่างๆ (ทั้งอัพโหลดและดาวน์โหลด) เช่น แกลอรี่ภาพ วีดีโอ สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ
- ระบบนับจำนวนผู้ใช้
- ข้อมูลสอนการใช้งานเบื้องต้น
- ติดต่อเรา
- ออกแบบรูปแบบการกรอกข้อมูลผ่านทางหน้าเว็บไซต์ โดยให้มีรายละเอียด ดังนี้ ชื่อผู้ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ ข้อเสนอแนะ/แนะนำ/ติชม
- ระบุข้อมูลมูลนิธิรักษ์ไทยลงในหน้าติดต่อเรา ประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้
- ที่อยู่
- เบอร์โทรศัพท์
- เบอร์โทรสาร
- อีเมล
- เว็บไซต์
- แผนที่มูลนิธิ
- เว็บไซต์จะต้องออกแบบให้มีความสวยงาม ข้อมูลกระชับ น่าสนใจ ดึงดูดผู้เข้าชม ง่ายต่อการจัดการ และมีความถูกต้องแม่นยำ อีกทั้งต้องสะดวกต่อการใช้งาน โดยคำนึงถึงความสม่ำเสมอและต่อเนื่องในการเข้าถึง
- องค์ประกอบด้านการใช้งาน
- มีระบบดาวน์โหลดสื่อที่สมบูรณ์
- เชื่อมโยงเครือข่าย E-Social network เช่น (Facebook, Youtube, Twitter และอื่นๆ)
- ระบบ ถาม-ตอบ คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ (FAQ) และระบบการกรองคำถามโดยผู้ดูแลระบบหลัก
- เชื่อมโยงแผนที่กับแอปพลิเคชั่นอื่นที่แสดงผลในรูปแบบแผนที่บนหน้าเว็บไซต์
- แผนที่พื้นที่โครงการ แบบ GMS ที่แสดงตำแหน่งองค์กรการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์ เส้นทางการส่งต่อ ความชุกของการพบกรณีการค้ามนุษย์ และผลสำเร็จของการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยแผนที่นี้จะต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลของเว็บไซต์ที่ระบุข้อมูลพื้นฐานขององค์กรต่างๆ อันประกอบด้วย ชื่อองค์กร ภาค จังหวัด ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์โทรสาร เว็บไซต์ ชื่อผู้บริหาร ชื่อผู้ประสานงาน อีเมลล์ วัตถุประสงค์องค์กร วันที่จดทะเบียนเป็นองค์กรด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พื้นที่ดำเนินงาน กลุ่มเป้าหมาย ภาษาที่ให้บริการ ชุดบริการ และเงื่อนไขการให้บริการ
- คุณลักษณะทางเทคโนโลยี
- เว็บไซต์ต้องสามารถแสดงผลด้วยโปรแกรม Microsoft Internet Explorer 7, Mozilla Firefox 3, Google Chrome เป็นอย่างน้อย โดยให้มีหน้าจอแสดงผลหลักอยู่ที่ 1024 x 768 และสามารถแสดงผลในขนาดที่พอดีกับหน้าจออุปกรณ์อื่นๆ ที่เป็น Smart Device ผ่าน Web Browser ต่างๆ ทั้งบนระบบปฎิบัติการ iOS และระบบปฎิบัติการ Android
- ภาพและแบบอักษร (Font) ที่ใช้งานต้องถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทั้งหมด
- เว็บไซต์ต้องมีการใช้เทคนิคพิเศษในการแสดงผล เช่น CSS โดยคํานึงถึงความเหมาะสมและความรวดเร็วในการเรียกดู สามารถจัดทํา POPUP Windows ได้อย่างสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- เว็บไซต์ต้องสามารถจัดการเนื้อหา (Content) ได้สะดวก รวดเร็ว ในลักษณะที่เป็น Dynamic สามารถเปลี่ยนแปลงและแก้ไขข่าวสารและข้อมูลที่นําขึ้นเว็บไซต์ได้โดยง่าย หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Multimedia, Image, Text, Sound, Video streaming หรือ Link ภายในเว็บไซต์ได้ สามารถปรับแต่ง ข้อความ ต่างๆ ได้ตามความต้องการ
- เว็บไซต์ต้องสามารถค้นข้อมูลทั้งหมดที่มีในเว็บไซต์ ผ่านการค้นหาโดยใช้คำสำคัญ (Key words)
- แผนผังเว็บไซต์ (Site map) ของเว็บไซต์ สามารถแสดงหมวดหมู่หลัก หมวดหมู่ย่อย โครงสร้างของหมวดหมู่
- เว็บไซต์ต้องสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าขณะนี้มีจํานวนผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์อยู่เป็นจํานวนเท่าไร (Online Users ) และ สามารถนับจํานวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Counter) เมื่อเข้าสู่หน้าจอจะสามารถเห็นยอดผู้เข้าชมในหน้าหลักเว็บไซต์ได้โดยง่าย และ จัดทํารายงานสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Visitor stats)
- เว็บไซต์ต้องมีการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ User และ Password Logon สําหรับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานบางกลุ่มและต้องมีการกําหนดสิทธิผู้ใช้งานระบบ โดยกําหนดสิทธิให้มีผู้ดูแลเว็บไซต์ได้หลายคน ผู้ดูแลระบบสามารถกําหนดสิทธิของผู้เข้าใช้งานได้อย่างน้อย 3 ประเภทรวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ดังนี้
- ผู้กรอกข้อมูล
- ผู้กําหนดเนื้อหา และตรวจสอบเนื้อหา
- ผู้ดูแลเว็บไซต์
- เว็บไซต์ต้องมีระบบ Search Engine Optimization (SEO)
- การดำเนินงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาเว็บไซต์ และเป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนโดเมนเนมกับผู้ให้บริการตามที่มูลนิธิรักษ์ไทยกำหนด และฝากข้อมูลไว้กับบริษัทแปซิฟิค ไทยแลนด์ จำกัด
- ผู้รับจ้างจะต้องระบุโปรแกรมที่จะใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น PHP, ASP.net เป็นต้น
- ผู้รับจ้างจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์เป็น Windows Server
- ผู้รับจ้างจะต้องใช้ระบบฐานข้อมูล MySQL
- ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบระบบและเว็บไซต์ ที่มีรายละเอียดข้อมูล สื่อ ฯลฯ ที่กำหนดไว้ในข้อ 1, 7.2, 7.3 ข้างต้นและเว็บไซต์ต้องมีรูปแบบที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของโครงการการต่อต้านการค้ามนุษย์ และมูลนิธิรักษ์ไทย
- ผู้รับจ้างต้องนำเสนอเว็บไซต์ต้นแบบ (Web mock up) และแบบโครงสร้างที่เกี่ยวข้องของเว็บไซต์ทั้งหมดซึ่งมีรายละเอียดตามข้อ 4.5 ที่ได้สร้างสรรค์และจัดวางให้บรรจุในหน้าเว็บไซต์ ให้แก่ผู้ว่าจ้างและหน่วยงานภาคีที่เป็นกรรมการตรวจรับงานเว็บไซต์ได้พิจารณา โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการฯ ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ท่าน
- ผู้รับจ้างจะต้องกรอกข้อมูลเบื้องต้นที่ทางผู้ว่าจ้างจัดเตรียมให้ลงในฐานข้อมูลในครั้งแรกของเว็บไซต์
- ผู้รับจ้างจะต้องทำการตั้งค่าทั่วไปให้กับระบบเว็บไซต์ พร้อมทั้งตั้งค่าเบื้องต้นให้แก่ระบบเพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้และทุกส่วนของระบบเว็บไซต์ต้องสามารถเข้าใช้งานได้ด้วยการเข้าสู่ระบบเพียงครั้งเดียว (ADMIN)
- ผู้รับจ้างต้องอบรมการใช้งานเว็บไซต์ทั้งในส่วนของผู้ดูแลระบบ (System Administrator) และผู้ใช้งาน (End User) แก่ผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 10 คน โดยต้องส่งมอบคู่มือการใช้งานระบบไม่น้อยกว่า 10 ชุด และ Admin 2 ชุด ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ในแผ่นซีดี หรือ ดีวีดี
- รายละเอียดการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ User/Password Log on สำหรับผู้ดูแลระบบ และผู้ใช้งานบางกลุ่ม มีการกำหนดสิทธิให้ผู้ใช้งานระบบได้อย่างน้อย 3 ประเภทรวมถึงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลดังนี้ 1) ผู้กรอกข้อมูล 2) ผู้กำหนดเนื้อหา/ตรวจสอบเนื้อหา 3) ผู้ดูแลระบบเว็บไซต์
- ผู้รับจ้างต้องส่งมอบระบบและเอกสารประกอบการใช้งานเว็บไซต์ให้แก่ผู้รับจ้างในรูปแบบเอกสาร และแผ่นดีวีดี ดังนี้
- แบบโครงสร้างที่เกี่ยวข้องของเว็บไซต์ และรายละเอียดของรหัส (Code) ทั้งหมด ที่ใช้สำหรับการจัดการและแก้ไขโครงสร้างเว็บไซต์ พร้อมทั้งคู่มือติดตั้งระบบ คู่มือการ Backup ระบบ คู่มือในการบำรุงรักษาเว็บไซต์ และอื่นๆ ที่จำเป็น ในรูปแบบ ดีวีดี จำนวน 2 ชุด เป็นอย่างน้อย
- รายงานผลการทดสอบการใช้งาน รายงานทางเทคนิค และสำเนาเว็บไซต์ที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ในรูปแบบเอกสารและไฟล์ในแผ่นซีดี หรือ ดีวีดี จำนวน 5 ชุด เป็นอย่างน้อย
- ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินงาน
8.1 ระยะเวลาการดำเนินงาน 60 วัน นับตั้งแต่วันลงนามในสัญญาจ้าง
8.2 สถานที่ในการดำเนินงาน ประสานงานร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย สำนักงานกรุงเทพฯ
- การส่งมอบงานและการชำระเงิน
- การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานทั้งหมด ดังนี้
- แผนและขั้นตอนการผลิตเว็บไซต์
- รายละเอียดระบบและข้อมูลเว็บไซต์ ตามระบุในข้อ 4.2 ถึง 7.4.7
- ระบบและข้อมูลเว็บไซต์ ตามระบุในข้อ 4.8 และทำการแก้ไขบัคและข้อมูลให้ถูกต้องตามที่ผู้ว่าจ้างได้แจ้งกลับ
- แผนและคู่มืออบรมการใช้งานเว็บไซต์ ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ และจัดอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว ตามระบุในข้อ 4.9 และ 7.4.10
- เว็บไซต์สำหรับการทดลองใช้เป็นเวลา 30 วัน โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ระบบเริ่มทดลองใช้งานจริง จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาทดลอง ในช่วงเวลาดังกล่าวเมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานระบบ ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้เสร็จสิ้นจนกว่าระบบจะสามารถกลับมาใช้งานตามปกติ
- เว็บไซต์ที่สมบูรณ์ ใช้งานได้จริงบน Server พร้อมทั้งรายละเอียดข้อมูลประกอบการจัดทำทั้งหมด และรหัสที่ใช้สำหรับการจัดการและแก้ไขโครงสร้างเว็บไซต์ ตามระบุในข้อ 4.11
9.2 การชำระเงิน แบ่งเป็น 3 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 ชำระเงิน 40% ของราคาว่าจ้างตามตกลง ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา และต่อเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานให้แก่มูลนิธิรักษ์ไทย ตามข้อ 9.1.1 พร้อมทั้งสัญญาที่ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างทั้งสองฝ่ายได้ลงนามสมบูรณ์แล้ว
งวดที่ 2 ชำระเงิน 40% ของราคาว่าจ้างตามตกลง ภายใน 45 วันนับจากวันที่ลงนามในสัญญา และต่อเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานทั้งหมดให้แก่มูลนิธิรักษ์ไทย ตามระบุในข้อ 9.1.2, 9.1.3, 9.1.4 และ 9.1.5
งวดที่ 3 ชำระเงินที่เหลือ 20% ของราคาว่าจ้างตามตกลง ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้มีการเริ่มทดลองใช้งานระบบจริง และต่อเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานให้แก่มูลนิธิรักษ์ไทย ตามข้อ 9.1.6
- วงเงินงบประมาณ
xxxxxxx
- ลิขสิทธิ์
ผลงานอันเกิดจากการจัดจ้างออกแบบเว็บไซต์ในครั้งนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง ได้แก่ มูลนิธิรักษ์ไทยแต่เพียงผู้เดียว โดยผลงานทั้งหมดก่อนมีการเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาติจากมูลนิธิรักษ์ไทยก่อนดำเนินการ
- คุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา
- ผู้เสนอราคาต้องเป็นกลุ่มบุคคลหรือนิติบุคคล ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซต์หรือพัฒนาเว็บไซต์ และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับทีมงานของผู้ว่าจ้างได้
- ผู้เสนอราคาต้องมีอาชีพหรือประสบการณ์ในการพัฒนา และจัดทำงานตามที่กำหนดในขอบเขตของงานไม่ต่ำกว่า 2 ปี
- ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นหน่วยงานรัฐบาล หรือผู้ที่ถูกระบุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของมูลนิธิรักษ์ไทย และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้ผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของผู้ว่าจ้าง หรือเป็นผู้ที่ห้ามเสนอราคา หรือเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกับผู้ว่าจ้าง จนต้องบอกเลิกสัญญา หรือไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
- ผู้เสนอราคา ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เสนอราคากับผู้ว่าจ้าง
- ผู้เสนอราคาต้องเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของผู้ว่าจ้าง
- หากผู้เสนอราคา เป็นผู้มีประสบการณ์การพัฒนาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือหน่วยงานที่ทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ หรืองานเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาคัดเลือกผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณา
13.1 การยื่นเอกสารประกอบข้อเสนอ
ผู้ว่าจ้าง คือ มูลนิธิรักษ์ไทยจะพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนออื่น ๆ ของผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และได้ยื่นเสนอเอกสารหลักฐานที่ถูกต้องครบถ้วน ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ โดยเอกสารข้อเสนอดังกล่าวต้องครอบคลุมขอบเขตของงานตามที่กำหนด และมีการเชิงบูรณาการและการเชื่อมโยงสอดคล้องกันครบทุกกิจกรรม ทั้งนี้เอกสารที่เสนองานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
13.1.1 เอกสารประกอบข้อเสนอทางด้านเทคนิค
ผู้เสนอราคา จะต้องยื่นเสนอเอกสารหลักฐาน ซึ่งบรรจุข้อเสนอด้านเทคนิคจำนวน 1 ชุด ในซองปิดผนึกและระบุไว้หน้าซองว่า “ข้อเสนอด้านเทคนิค” (กำหนดให้จัดทำเป็นต้นฉบับ 1 ชุด โดยให้ประทับตราผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรองให้เรียบร้อย และ สำเนา 1 ชุด) เพื่อประกอบการพิจารณา อันมีรายละเอียดดังนี้
- กรณีกลุ่มบุคคล เอกสารหลักฐานแสดงสถานะการเป็นกลุ่มบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง หรือ
กรณีนิติบุคคล เอกสารหลักฐานแสดงสถานะการเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย ดังนี้
- ก. ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจ ควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- ข. บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจ ควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- ค. สถาบันการศึกษา ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ผู้มีอำนาจ ควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือเอกสารหลักฐานประกอบการหักภาษี
- ตัวอย่างของผลงานที่แสดงถึงประสบการณ์และความสามารถที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของงานตามที่ระบุในข้างต้น (Company/Organization Profile)
- ประวัติและผลงาน (Curriculum Vitae; CV) ของผู้รับผิดชอบงานหลัก และ/หรือ ที่ปรึกษา โครงสร้างการบริหาร และโครงสร้างทีมงาน พร้อมทั้งชื่อ สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ ของผู้รับผิดชอบงานหลัก ที่จัดทำข้อเสนอโครงการ
- ชื่อ สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ พร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชน ของผู้รับผิดชอบงานหลักที่จัดทำข้อเสนอโครงการ ซึ่งได้มีการลงนามรับรองถูกต้อง
- รายละเอียดการดำเนินงาน แนวทางการพัฒนา ออกแบบ ในการจัดทำเว็บไซต์ และรวบรวมสื่อความรู้และข้อมูลด้านมาลาเรีย จัดทำเป็นอิเล็คโทรนิคส์ไฟล์ เพื่อนำเสนอ
- แผนงานและกิจกรรมที่ครอบคลุมขอบเขตของงานตามที่กำหนด โดยแผนการปฏิบัติงานหลัก (Gantt Chart ) ต้องแสดงขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งหมดตามขอบเขตของงานฉบับนี้ จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน รวมทั้งผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การจัดเตรียมแผนจนกระทั่งถึงวันนำส่งงาน พร้อมประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินงาน
- อื่นๆ ตามเห็นสมควร
ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะต้องรับทราบเงื่อนไขในการขอรับเงินค่าจ้างตามที่ตกลงไว้กับผู้ว่าจ้าง
13.1.2 เอกสารประกอบข้อเสนอทางด้านราคา
ผู้เสนอราคา จะต้องยื่นเสนอเอกสารหลักฐาน ซึ่งบรรจุข้อเสนอด้านราคาจำนวน 1 ชุด ในซองปิดผนึกและระบุไว้หน้าซองว่า “ข้อเสนอด้านราคา” (กำหนดให้จัดทำเป็นต้นฉบับ 1 ชุด โดยให้ประทับตราผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรองให้เรียบร้อย และ สำเนา 1 ชุด) เพื่อประกอบการพิจารณา อันมีรายละเอียดดังนี้
- ผู้รับจ้างจะต้องระบุงบประมาณ ที่สอดคล้องกับรายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค
- ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำใบเสนอราคา และแผนการเบิก-จ่ายเงิน ตลอดระยะเวลาดำเนินงานฯ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 งวด ตามระบุในข้อ 2 โดยราคาที่เสนอจะต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- รายละเอียดแผนผังเว็บไซด์อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมูลนิธิรักษ์ไทย และผู้ว่าจ้างตกลงกัน