Development News and Information Sources
ประกาศรับสมัครนักวิจัยเพื่อทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การเชื่อมโยงการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานระหว่างไทยและกัมพูชา ในกลุ่มเด็กนักเรียนกัมพูชาที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนไทย”
1.หลักการและเหตุผล
มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท (มยช.) ได้เป็นภาคีในการดำเนินงานโครงการ Stopping Exploitation through Accessible Services (SEAS of Change Phase II) ร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และระยะที่ 2
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศสวีเดน โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก SIDA CIVSAM เป็นระยะเวลา 3 ปี (2562-2565) เป้าหมายหลักของโครงการ คือ เสริมพลังความเข้มแข็งให้กับ CSO ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา เพื่อทำให้เด็กและเยาวชนข้ามชาติเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยการผลักดันเชิงนโยบายกับภาครัฐทั้งสองประเทศ และหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนี้คือ การใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการถูกล่วงละเมิด การใช้แรงงานเด็กและการค้ามนุษย์
ในการดำเนินงานโครงการระยะที่ 1 (ตั้งแต่ปี 2558-มิถุนายน 2562) ที่ผ่านมา องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ดำเนินโครงการ SEAS of Change ระยะที่ 1 โดยเป็นภาคีกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ซึ่งได้มีการทำงานร่วมกับชุมชน เด็ก ผู้ปกครอง ครูและโรงเรียนในการเตรียมความพร้อมของเด็กกัมพูชาที่อยู่ในพื้นที่ และการส่งเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนไทย อาทิเช่น โรงเรียนบ้านคลองมะขาม โรงเรียนบ้านหาดเล็ก ในเขตอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ประกอบกับการมีเด็กกัมพูชาที่ข้ามมาเรียนในโรงเรียนไทยในลักษณะของไปเช้าเย็นกลับอีกจำนวนหนึ่ง
ปัญหาหนึ่งที่พบในเรื่องการจัดการศึกษาของเด็กข้ามแดนคือ การที่เด็กไม่สามารถนำผลการเรียนกลับไปเทียบโอน ถ่ายโอน หรือเทียบระดับการศึกษาระหว่างประเทศต้นทางและปลายทางได้ ส่งผลให้เด็กต้องเริ่มเรียนในระดับเริ่มต้นใหม่ซึ่งเป็นการเสียเวลาและตัดโอกาสในการเรียนต่อของเด็ก เนื่องจากยังไม่มีการตกลงในเชิงนโยบายระหว่างประเทศ ขาดแนวทางและรูปธรรมที่ชัดเจนในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่จะต้องเคลื่อนย้ายข้ามแดน
ฉะนั้น งานวิจัยชิ้นนี้จึงมุ่งหวังจะให้เกิดข้อค้นพบและข้อเสนอทั้งในระดับนโยบายและการปฎิบัติงานในพื้นที่ เพื่อหาจุดเกาะเกี่ยว ความเชื่อมโยงด้านการศึกษา ตลอดจนความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยและเด็กกัมพูชาที่ยังอยู่ในประเทศต้นทางและอาจจะเคลื่อนย้ายมายังประเทศไทย
2.วัตถุประสงค์ของงานวิจัย
2.1 เพื่อศึกษาสถานการณ์ด้านการศึกษาของเด็กกัมพูชา และการเชื่อมต่อการศึกษาระหว่างไทยและกัมพูชา ในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และหนึ่งอำเภอในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา
2.2 เพื่อศึกษารูปแบบและแนวทางการเชื่อมโยงการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา
3.คำถามงานวิจัย
3.1 สถานการณ์ด้านการศึกษาของเด็กกัมพูชาในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ประเทศไทย และหนึ่งอำเภอในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา เป็นอย่างไร
3.2 เด็กกัมพูชาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนไทยมีความต้องการในการกลับไปศึกษาต่อยังประเทศกัมพูชามากน้อยเพียงใด อย่างไร
3.3 นโยบายด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องในการส่งและรับเด็กกัมพูชาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนไทยกลับไปเรียนต่อยังประเทศกัมพูชาเป็นอย่างไร ทั้งในระดับจังหวัด และระดับชาติ
3.4 นโยบายด้านการศึกษาของกัมพูชาในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กกัมพูชาที่อยู่นอกประเทศในปัจจุบันเป็นอย่างไร ทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ
3.5 รูปแบบการเชื่อมต่อการศึกษาระหว่างไทยและกัมพูชาในระดับพื้นที่จังหวัดตราด ประเทศไทยและจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชาที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้จริงเป็นอย่างไร
4. ระเบียบวิธีการวิจัยและกลุ่มเป้าหมายงานวิจัย
4.1 ขอบเขตและระเบียบวิธีการวิจัย
4.1.1 การวิจัยเอกสารและทบทวนวรรณกรรม
1) ศึกษานโยบายด้านการศึกษาของไทยและกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา การเทียบโอน และการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่อาศัยอยู่นอกประเทศ
2) ศึกษารูปแบบและกระบวนการในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในการส่งและรับเด็กกัมพูชาที่เรียนอยู่ในโรงเรียนไทยกลับไปเรียนต่อยังประเทศกัมพูชาที่มีอยู่ในปัจจุบัน
4.1.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
1) การเก็บข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการปฏิบัติด้านการศึกษาทั้งในระดับกระทรวงของทั้งสองประเทศ ในระดับพี้นที่จังหวัดตราดและจังหวัดเกาะกง และระดับโรงเรียนของทั้งสองประเทศ
2) การเก็บข้อมูลจากเด็ก ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม ในพื้นที่ชายแดนอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และหนึ่งอำเภอในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา
3) จัดเวทีนำเสนอและรับฟังสิ่งที่ค้นพบจากการวิจัย และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปฏิบัติในระดับพื้นที่ของทั้งสองประเทศ
4.2 กลุ่มเป้าหมายงานวิจัย
4.2.1 ผู้รับผิดชอบหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของเด็กในระดับนโยบายของทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ได้แก่ การรับและส่งต่อเด็กด้านการศึกษา การจัดการศึกษาสำหรับเด็กข้ามแดน
4.2.2 ผู้รับผิดชอบหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของเด็กในระดับปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ประเทศไทย และหนึ่งอำเภอในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา
4.2.3 ชุมชนในพื้นที่การศึกษาและภาคประชาสังคมในประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านการศึกษาสำหรับเด็กกัมพูชา
5.ระยะเวลาและพื้นที่การจัดทำงานวิจัย
5.1 ระยะเวลาในการจัดทำงานวิจัย
เดือนกันยายน 2562-ธันวาคม 2562
5.2 พื้นที่การจัดทำงานวิจัย
5.2.1 อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และหนึ่งอำเภอในจังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา
5.2.2 กรุงเทพมหานคร เฉพาะการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้รับผิดชอบในระดับนโยบายด้านการศึกษา
5.2.3 พนมเปญ เฉพาะการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้รับผิดชอบในระดับนโยบายด้านการศึกษา
6. สิ่งส่งมอบ
|
ผลงาน |
รูปแบบของผลงาน |
ความยาว |
กำหนดเวลา |
รายละเอียดของผลงาน |
|
1.เค้าโครง หรือรายละเอียดของโครงการวิจัย ประกอบด้วย 1.1 การทบทวนนโยบายที่เกี่ยวข้อง 1.2 ระยะเวลาในการจัดทำงานวิจัย 1.3 ระเบียบวิธีวิจัย 1.4 (ร่าง) เครื่องมือในการเก็บข้อมูล แบบเก็บข้อมูล และกระบวนการในเก็บข้อมูล 1.5 แบบฟอร์มขอคำอนุญาตจริยธรรมการวิจัยในคน 1.6 การนำเสนอโครงการวิจัยต่อผู้สนับสนุนโครงการ
|
1.ไฟล์เอกสาร Word และไฟล์นำเสนอเป็น Powerpoint |
1.ไฟล์เอกสาร Word ความยาวไม่เกิน 20 หน้ากระดาษ A4 2.ไฟล์นำเสนอ Powerpoint ความยาวไม่เกิน 20 หน้า |
ภายในระยะเวลา 15 วันหลังจากนักวิจัย/ทีมวิจัยได้รับการคัดเลือก |
จัดทำเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย |
|
2.ใบรับรองการอนุญาตทางจริยธรรมการวิจัยในคน |
1.เอกสารฉบับจริงหรือสำเนาใบรับรองการอนุญาตทางจริยธรรมการวิจัยในคน |
|
ภายในระยะเวลา 15 วันหลังจากนักวิจัย/ทีมวิจัยลงนามในข้อตกลงการทำงานวิจัย |
|
|
3.(ร่าง) รายงานผลงานวิจัย |
1.ไฟล์เอกสาร Word |
ความยาวไม่เกิน 200 หน้ากระดาษ A4 |
ภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 |
จัดทำเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย
|
|
4.เวทีนำเสนอและพิจารณาสิ่งที่ค้นพบจาก (ร่าง)งานวิจัย |
1.ไฟล์เอกสาร Word และไฟล์นำเสนอเป็น Powerpoint |
1.ไฟล์เอกสาร Word ความยาวไม่เกิน 20 หน้ากระดาษ A4 2.ไฟล์นำเสนอ Powerpoint ความยาวไม่เกิน 20 หน้า |
ภายในเดือนธันวาคม 2562 |
1.จัดทำเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย 2.จัดเวทีนำเสนอสิ่งที่ค้นพบจากงานวิจัย |
|
5.รายงานผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ประกอบด้วย 5.1 ผลจากงานวิจัย 5.2 เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล 5.3 กระบวนการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย 5.4 ข้อมูลปฐมภูมิจากการเก็บข้อมูลในงานวิจัย 5.5 แบบอนุญาตให้ความยินยอมในการเก็บข้อมูลของกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย |
1.ไฟล์เอกสาร Word และ PDF 2.เอกสารฉบับจริงทั้งหมดที่ในกระบวนการทำงานวิจัย |
ความยาวไม่เกิน 200 หน้ากระดาษ A4 |
ภายในเดือนธันวาคม 2562 |
1.จัดทำเอกสารทั้งหมดเป็นภาษาไทย 2.จัดทำบทสรุปผู้บริหารเป็นภาษาอังกฤษ |
|
6.ผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากงานวิจัย |
|
|
|
|
7.ระยะเวลาในการจัดทำงานวิจัย
|
กิจกรรม |
เวลาเริ่มต้น |
ระยะเวลาส่งผลงาน |
ผู้รับผิดชอบ |
ผู้ที่เกี่ยวข้อง |
|
1.การคัดเลือกนักวิจัย/ทีมวิจัย ตรวจสอบคุณสมบัติ และทำสัญญาการทำงานวิจัย |
1-20 กันยายน 2562 |
ภายใน 20 กันยายน 2562 |
มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท |
องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย |
|
2.การเตรียมการ |
1-30 กันยายน 2562 |
ภายใน 30 กันยายน 2562 |
นักวิจัย / ทีมวิจัย |
1.มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท 2.องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล 3.กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองเครื่องมือเก็บข้อมูล |
|
3.การเก็บรวมรวมข้อมูล การเรียบเรียง และการวิเคราะห์ข้อมูล |
1-31 ตุลาคม 2562 |
ภายในตุลาคม 2562 |
นักวิจัย / ทีมวิจัย |
1.มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท 2.องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล 3.กลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัย |
|
4.จัดทำ (ร่าง)ผลงานวิจัย) และจัดเวทีนำเสนอหรือคืนข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง |
1-30 พฤศจิกายน 2562 |
ภายใน 30 พฤศจิกายน 2562 |
นักวิจัย / ทีมวิจัย |
1.มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท 2.องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล 3.องค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่และภาคีของโครงการ 4.หน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ของทั้ง 2 ประเทศ |
|
5.จัดทำรายงานผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์และส่งมอบเอกสารทั้งหมด |
1-31 ธันวาคม 2562 |
ภายใน 31 ธันวาคม 2562 |
นักวิจัย / ทีมวิจัย |
1.มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท 2.องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล 3.องค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่และภาคีของโครงการ 4.หน่วยงานภาครัฐทั้งในระดับนโยบายและพื้นที่ของทั้ง 2 ประเทศ |
หมายเหตุ: ระยะเวลาในการจัดทำงานวิจัยอาจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม แต่จะต้องส่งผลงานฉบับสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2562
8.คุณสมบัติของนักวิจัย
8.1 หัวหน้าทีมวิจัย และ/หรือผู้วิจัยหลัก ต้องมีวุฒิการศึกษาปริญญาโท-ปริญญาเอกในสาขาวิชาที่มีความเกี่ยวข้อง และต้องมีประสบการณ์การทำงานวิจัยในเรื่องการศึกษาของเด็กข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี
8.2 ทีมวิจัย และ/หรือผู้วิจัยหลักต้องมีความรู้ ความสามารถในการทำงานวิจัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
8.3 มีความสามารถในการเขียนรายงานการวิจัย และการจัดเวทีนำเสนอผลจากงานวิจัย
8.4 หากมีความสามารถในการสื่อสารภาษากัมพูชา จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
8.5 หากมีสายสัมพันธ์อันดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระทรวงศึกษาธิการของไทยและกัมพูชา จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
8.6 เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และความแตกต่างของสัญชาติและชาติพันธุ์
9. งบประมาณ
จำนวนงบประมาณในการจัดทำงานวิจัย จำนวน 450,000-500,000 บาท
10.การสมัครเป็นนักวิจัย
10.1 พัฒนาข้อเสนอโครงการงานวิจัย กระบวนการ แผนงาน งบประมาณ รวมไปถึงแนวทางการปกป้องและคุ้มครองเด็กในระหว่างการทำงานวิจัย
10.2 ประวัติและประสบการณ์ในการทำงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของเด็กข้ามชาติ พร้อมแนบบทสรุปงานวิจัยที่มีความเกี่ยวข้องหรือคล้ายคลึงอย่างน้อย 3 เรื่อง
10.3 ส่งข้อเสนอและเอกสารทั้งหมดไปที่ มงคล สุวรรณศิริศิลป์ อีเมล์ mongkol00@gmail.com หรือโทร 089-035-4992 ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2562